King Arthur: Legend of the Sword (2017) คิง อาร์เธอร์ ตำนานแห่งดาบราชันย์ คือภาพยนตร์แนวแอ็กชันผจญภัยแฟนตาซีที่นำเสนอตำนานของกษัตริย์อาเธอร์ในรูปแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยสไตล์จัดจ้านและดุดันตามแบบฉบับของผู้กำกับ กาย ริชชี (Guy Ritchie) ที่เคยฝากผลงานอย่าง Sherlock Holmes และ Snatch

 

จุดเริ่มต้นและการสูญเสีย

เรื่องราวเปิดฉากขึ้นในยุคที่มนุษย์และเมจ (Mage) ยังคงอยู่ร่วมกัน ก่อนจะเกิดสงครามครั้งใหญ่เมื่อ มอร์เดร็ด (Mordred) จอมเวทผู้กระหายอำนาจนำทัพเข้าโจมตีคาเมล็อต (Camelot) พระเจ้าอูเธอร์ เพนดราก้อน (King Uther Pendragon) (รับบทโดย Eric Bana) บิดาของอาเธอร์ ได้ใช้ดาบวิเศษ เอ็กซ์คาลิเบอร์ (Excalibur) เอาชนะมอร์เดร็ดลงได้ แต่ชัยชนะนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อ วอร์ทิเกิร์น (Vortigern) (รับบทโดย Jude Law) น้องชายของอูเธอร์ซึ่งมีความริษยาและต้องการบัลลังก์ ได้ทรยศต่อพี่ชายของตนเอง โดยยอมเสียสละภรรยาของตัวเองให้กับปีศาจไซเรนเพื่อแลกกับพลังอำนาจมืดมหาศาล เขาจัดการปลิดชีพกษัตริย์อูเธอร์และพระมเหสีอิกเรน (Igraine) ได้สำเร็จ

โชคดีที่เจ้าชายอาเธอร์น้อยหนีรอดจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในครั้งนั้นได้ด้วยเรือลำเล็ก ๆ จนกระทั่งลอยไปติดที่เมืองลอนดิเนียม (Londinium) ที่นั่นเขาถูกเก็บมาเลี้ยงดูโดยกลุ่มโสเภณีและเติบโตขึ้นอย่างยากลำบากในตรอกซอกซอยหลังของเมือง ในฐานะเด็กกำพร้าที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับนักเลงข้างถนนและเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดด้วยสัญชาตญาณ การต่อสู้ และความเจ้าเล่ห์ อาเธอร์จึงกลายเป็นชายหนุ่มที่ห่างไกลจากความเป็นผู้สูงศักดิ์โดยสิ้นเชิง

 

ดาบในศิลาและการค้นพบโชคชะตา

หลายปีผ่านไป วอร์ทิเกิร์น ได้ขึ้นครองบัลลังก์อย่างโหดเหี้ยม เขาปกครองบริเตนด้วยความหวาดกลัวและยังทุ่มเทสร้างหอคอยขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มพลังอำนาจเวทมนตร์ของตนเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง ระดับน้ำรอบปราสาทลดลง เผยให้เห็นดาบเล่มหนึ่งที่ปักอยู่บนก้อนหินอย่างมั่นคง ดาบนั้นคือ เอ็กซ์คาลิเบอร์ ดาบที่ผู้ที่คู่ควรเท่านั้นจึงจะดึงออกได้

วอร์ทิเกิร์นได้ออกคำสั่งให้ชายหนุ่มทุกคนในเมืองมาลองดึงดาบออกจากหินเพื่อตามหา “กษัตริย์ที่แท้จริง” ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ผู้ที่ดึงดาบได้จะต้องถูกประหารชีวิตเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม อาเธอร์ (รับบทโดย Charlie Hunnam) ซึ่งหนีการจับกุมมาตลอดก็ถูกนำตัวมายังสถานที่นั้นด้วย แม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง แต่เมื่อเขาถูกบังคับให้ลองดึงดาบ อาเธอร์ก็สามารถดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ออกมาจากหินได้สำเร็จ ทันทีที่ดาบอยู่ในมือ พลังอันมหาศาลของมันได้ถาโถมเข้าใส่จนอาเธอร์หมดสติไป การดึงดาบในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตของอาเธอร์พลิกผัน แต่ยังทำให้วอร์ทิเกิร์นตระหนักได้ว่าหลานชายที่เขาคิดว่าตายไปแล้วยังมีชีวิตอยู่

 

การต่อต้านและการยอมรับมรดก

วอร์ทิเกิร์นจับอาเธอร์มาขังและเปิดเผยชาติกำเนิดและมรดกที่แท้จริงของเขา ก่อนจะวางแผนประหารชีวิต อาเธอร์ถูกช่วยไว้ได้โดยกลุ่มกบฏ ซึ่งนำโดย เซอร์เบดิเวียร์ (Sir Bedivere) (รับบทโดย Djimon Hounsou) อดีตแม่ทัพผู้ภักดีต่อพระเจ้าอูเธอร์ และ นักเวท (The Mage) (รับบทโดย Àstrid Bergès-Frisbey) ศิษย์ของเมอร์ลินผู้ลึกลับ

ในช่วงแรก อาเธอร์ปฏิเสธที่จะเชื่อในเรื่องราวและไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับภาระหน้าที่ใดๆ เขาไม่ต้องการเป็นกษัตริย์ แต่ชีวิตที่เขาเคยรู้จักได้จบลงแล้ว กลุ่มกบฏที่ประกอบไปด้วยนักรบผู้ภักดีและผู้คนที่ถูกกดขี่ได้พยายามโน้มน้าวให้อาเธอร์ยอมรับในพลังและโชคชะตาของตนเอง เพื่อล้างแค้นให้บิดาและยุติความโหดร้ายของวอร์ทิเกิร์น

อาเธอร์ต้องเผชิญหน้ากับการฝึกฝนที่ทรหด การเดินทางเข้าไปในดินแดนทมิฬ (Darklands) เพื่อควบคุมพลังของเอ็กซ์คาลิเบอร์ และเรียนรู้เรื่องราวในอดีตทั้งหมด รวมถึงความจริงที่ว่าวอร์ทิเกิร์นเป็นผู้บงการให้อาณาจักรล่มสลาย การเดินทางนี้ทำให้อาเธอร์ต้องเผชิญหน้ากับปีศาจและอสุรกายมากมาย และได้เห็นอนาคตอันมืดมิดของบริเตนภายใต้การปกครองของวอร์ทิเกิร์นจากเทพีแห่งทะเลสาบ (Lady of the Lake)

เมื่ออาเธอร์ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่แท้จริงของตนเอง เขาจึงตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มกบฏเพื่อก่อตั้งกองกำลังต่อต้านและปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ เพื่อบั่นทอนอำนาจของวอร์ทิเกิร์น พวกเขาต้องเผชิญกับการต่อสู้ครั้งสำคัญ การสูญเสีย และการตัดสินใจที่ยากลำบาก

 

การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

เมื่อการต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด อาเธอร์และวอร์ทิเกิร์นได้มาเผชิญหน้ากันในการประลองครั้งสุดท้าย วอร์ทิเกิร์นผู้มืดบอดด้วยอำนาจและความริษยา ได้ทำการเสียสละครั้งสุดท้ายด้วยการสังเวยลูกสาวของตัวเองเพื่อแลกกับการกลายร่างเป็นอัศวินปีศาจ (Demon Knight) ที่มีพลังมหาศาล

ในการต่อสู้ที่ถึงขั้นแตกหัก อาเธอร์ต้องต่อสู้ทั้งพลังปีศาจของวอร์ทิเกิร์น และความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ในที่สุด อาเธอร์ได้เห็นภาพนิมิตของบิดาที่มอบดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ให้แก่เขา เป็นการตอกย้ำถึงมรดกที่แท้จริง ทำให้เขาสามารถใช้พลังของดาบได้อย่างเต็มที่และเอาชนะวอร์ทิเกิร์นลงได้ในที่สุด

 

บทสรุปและตำนานที่เริ่มต้น

ชัยชนะของอาเธอร์นำมาซึ่งสันติสุขสู่บริเตน เขาได้ยอมรับมรดกที่แท้จริงของเขา และขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะ กษัตริย์อาเธอร์ ผู้เป็นที่รักของประชาชน พร้อมกับการเริ่มต้นยุคใหม่ของคาเมล็อต โดยมีอัศวินผู้ภักดี เช่น เซอร์เบดิเวียร์ และเหล่าผู้ร่วมต่อสู้เคียงข้างเขาอยู่ไม่ห่าง King Arthur: Legend of the Sword จึงเป็นการนำเสนอเรื่องราวต้นกำเนิดของตำนานที่ทุกคนคุ้นเคย ในมุมมองที่ทั้งดิบ เท่ และเน้นย้ำถึงการเติบโตของชายหนุ่มจากข้างถนนสู่บัลลังก์ โดยมี ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ เป็นเครื่องนำทางสู่โชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของเขา

 

ดูหนังเรื่อง King Arthur: Legend of the Sword (2017) คิง อาร์เธอร์ ตำนานแห่งดาบราชันย์