ภาพยนตร์ Saw IV (2007) หรือชื่อไทยว่า ซอว์ เกม ตัด-ต่อ-ตาย 4 เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ชุดที่สานต่อความสยดสยองและเนื้อเรื่องอันซับซ้อนของแฟรนไชส์ Saw โดยยังคงไว้ซึ่งแนวหนังหลักคือ สยองขวัญ/ระทึกขวัญ (Horror/Thriller) ในรูปแบบที่เน้นการเล่น “เกม” อันโหดเหี้ยม และการสำรวจจิตใจและพฤติกรรมของมนุษย์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ดาร์เรน ลินน์ บูสแมน และถือเป็นภาคต่อโดยตรงที่เกิดขึ้นหลังจากความตายของตัวละครหลักอย่าง จิ๊กซอว์ (Jigsaw) หรือ จอห์น เครเมอร์ และ อาแมนด้า ยัง (Amanda Young)
I. บทเปิด: ความตาย…คือจุดเริ่มต้นของเกมใหม่
Saw IV เปิดฉากขึ้นด้วยฉากที่สยดสยองและเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว นั่นคือการชันสูตรพลิกศพของ จอห์น เครเมอร์ (โทบิน เบลล์) หรือ จิ๊กซอว์ ผู้บงการเกมแห่งความตายทั้งปวง ฉากนี้เป็นการยืนยันว่า จิ๊กซอว์ได้ตายไปแล้วในภาคก่อนหน้า แต่ความตายของเขากลับกลายเป็นการเปิดทางสู่ “เกม” ที่ยังไม่จบสิ้น เมื่อพบเทปบันทึกเสียงซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหารของเขา ข้อความจากเทปนั้นประกาศอย่างชัดเจนว่า งานของเขายังคงดำเนินต่อไป และเกมจะยังคงดำเนินต่อไปอีกครั้ง
II. การสืบสวนที่สานต่อ: FBI และปริศนาที่ไม่คลี่คลาย
หลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมของนักสืบแครี่ (Detective Kerry) ซึ่งเป็นเหยื่อรายล่าสุดที่เชื่อมโยงกับ จิ๊กซอว์ ทางสำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลคดีเป็นการเฉพาะ
-
ตัวแทนเอฟบีไอ 2 นาย คือ สตรัห์ม (Agent Strahm) (สก็อตต์ แพ็ตเตอร์สัน) และ เปเรซ (Agent Perez) (อาธีน่า คาร์กานิส) ได้เข้ามาถึงสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งพวกเขาต้องเผชิญกับสภาพอันน่าสะพรึงกลัวจากกับดักของจิ๊กซอว์
-
พวกเขาได้พบกับ นักสืบฮอฟฟ์แมน (Detective Hoffman) (คอสตัส แมนดายเลอร์) ซึ่งเป็นนักสืบผู้ช่ำชองที่รอดพ้นจากชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์มาได้ นักสืบฮอฟฟ์แมนทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในการไขปริศนาจากชิ้นส่วนและหลักฐานที่ จิ๊กซอว์ทิ้งไว้
ทั้ง สตรัห์มและเปเรซมีภูมิหลังและประสบการณ์ในการติดตามคดีอาชญากรรมต่อเนื่องอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเชื่อว่า จิ๊กซอว์ต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิด และการตายของเขาไม่ได้แปลว่าการก่ออาชญากรรมจะสิ้นสุดลง การสืบสวนของพวกเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาตัว ผู้สืบทอด เจตนารมณ์ของ จิ๊กซอว์
III. เกมที่กำหนดเป้าหมาย: ริกก์ ผู้หมกมุ่น
ในขณะที่การสืบสวนกำลังดำเนินไป ตัวละครหลักของภาคนี้ก็ถูกดึงเข้าสู่เกมอย่างไม่คาดคิด
-
หัวหน้าหน่วยสวาท ริกก์ (Lieutenant Rigg) (อิริค เบนต์) คือผู้ที่ถูกลักพาตัวและกลายเป็นเหยื่อรายใหม่ของจิ๊กซอว์ ริกก์เป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกมองว่า หมกมุ่น เกินไปกับการช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของเกมก่อนหน้านี้ เขาทุ่มเทชีวิตให้กับการตามหา แครี่, อีริค แมทธิวส์ และ เจฟฟ์ เดนลอน (ตัวละครจากภาคก่อนหน้า) จนละเลยชีวิตส่วนตัวและหน้าที่หลัก
-
เงื่อนไขของเกม: ริกก์ถูกทิ้งไว้ในอพาร์ตเมนต์ที่ถูกจัดฉากอย่างประณีต โดยมีจอภาพแสดงให้เห็นอีริค แมทธิวส์ (ดอนนี่ วอห์ลเบิร์ก) และนักสืบฮอฟฟ์แมนถูกผูกติดอยู่กับเก้าอี้และอยู่ในสภาพที่เป็นอันตราย เสียงจากเทปของจิ๊กซอว์ได้มอบ ภารกิจ ให้แก่ริกก์: เขาจะต้องไม่ทำอะไรเลย เขาได้รับเวลา 90 นาที เพื่อผ่านชุดของกับดักและการทดสอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสอนบทเรียนเกี่ยวกับ การปล่อยวาง และ การไม่พยายามช่วยทุกคน เขามีเวลา 90 นาทีเพื่อเรียนรู้ที่จะรอคอย และปล่อยให้บุคคลอื่นช่วยตัวเองได้
IV. ชุดของการทดสอบ: บทเรียนที่ต้องแลกด้วยชีวิต
เพื่อที่จะไปถึงที่ที่ แมทธิวส์ และ ฮอฟฟ์แมน ถูกคุมขัง ริกก์ต้องผ่านด่านต่าง ๆ ที่ จิ๊กซอว์ได้วางไว้ ซึ่งแต่ละด่านสะท้อนถึงบทเรียนที่เขาต้องเรียนรู้
-
การทดสอบครั้งแรก: ริกก์ต้องช่วยเหลือหญิงสาวที่ชื่อ เบรนด้า ซึ่งถูกผูกไว้กับเครื่องดึงผม เขาฝ่าฝืนกฎข้อแรกของเกมทันทีโดยการเข้าช่วยเหลือเธอ แต่ความรุนแรงจากการช่วยเธอ (การดึงเครื่องจักรให้หยุด) กลับทำให้เขาต้องทำร้ายเธออย่างรุนแรง การทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่า การรีบร้อนเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่ไตร่ตรองอาจนำมาซึ่งอันตรายมากกว่าเดิม
-
การทดสอบกับนักกฎหมายและทนาย: ริกก์ถูกนำไปยังห้องของ อาร์ต บลังค์ (อังเกลู สปาร์ริง) และ เทรเวอร์ สองเหยื่อที่ถูกผูกติดกับเครื่องจักรที่ต้องใช้ความร่วมมือกันเพื่อรอดพ้น การตัดสินใจที่ผิดพลาดของริกก์ในสถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้เกิดโศกนาฏกรรม และตอกย้ำว่า การช่วยคนอื่นบางครั้งหมายถึงการปล่อยให้พวกเขาต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง
-
การทดสอบในโมเต็ล: ริกก์ไปยังโมเต็ลที่ อดีตภรรยาของ จิ๊กซอว์ คือ จิลล์ ทัก (Jill Tuck) (เบทซีย์ รัสเซลล์) ได้มอบสิ่งของสำคัญบางอย่างให้กับ จิ๊กซอว์ เป็นการย้อนรอยอดีตและนำพาผู้ชมให้เห็นถึงปูมหลังที่ซับซ้อนของจอห์น เครเมอร์มากยิ่งขึ้น การสำรวจจุดนี้ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจแรงจูงใจและปรัชญาของจิ๊กซอว์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
V. การเปิดเผยที่ซับซ้อน: การเชื่อมโยงของเวลา
จุดเด่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Saw IV คือการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบ ไม่เป็นไปตามลำดับเวลา (Non-linear timeline) ตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมจะได้รับภาพการสืบสวนของ FBI (สตรัห์มและเปเรซ) และการผจญภัยของริกก์ แต่ในช่วงไคลแม็กซ์ ภาพยนตร์ได้เปิดเผยการเชื่อมโยงอย่างน่าตกใจ:
-
เหตุการณ์ใน Saw IV เกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์ใน Saw III นั่นหมายความว่า ในขณะที่ริกก์กำลังเล่นเกมอยู่ และ FBI กำลังสืบสวนหาผู้บงการคนใหม่นั้น จิ๊กซอว์และอาแมนด้ายังคงมีชีวิตอยู่และกำลังเล่นเกมสุดท้ายกับ เจฟฟ์ เดนลอน (Jeff Denlon) อยู่ในสถานที่อื่น
-
ตัวแทน FBI ถูกโจมตี: ในขณะที่สตรัห์มและเปเรซกำลังสืบสวนอยู่ในโรงงานที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่ง เปเรซก็ถูกโจมตีอย่างรุนแรงด้วยระเบิดชิ้นส่วน (Shrapnel Trap) ทำให้สตรัห์มต้องสืบสวนต่อเพียงลำพัง และเริ่มสงสัยในตัว ฮอฟฟ์แมน มากขึ้น
VI. ไคลแม็กซ์: ทางเลือกสุดท้ายของริกก์
เมื่อนาฬิกาใกล้จะหมดลง ริกก์ก็มาถึงสถานที่ที่เขาถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปถึง นั่นคือห้องที่ อีริค แมทธิวส์ และ นักสืบฮอฟฟ์แมน ถูกคุมขังอยู่
-
การทรยศ: ริกก์บุกเข้าไปในห้องก่อนที่เวลา 90 นาทีจะสิ้นสุดลง การฝ่าฝืนคำสั่งครั้งนี้มีผลร้ายแรง โดย อีริค แมทธิวส์ ที่ถูกปลดปล่อยจากการถูกพันธนาการแต่ก็ถูกตรึงไว้กับน้ำแข็ง และพยายามเตือนริกก์ แต่ไม่เป็นผล แมทธิวส์พยายามต่อสู้กับริกก์ แต่แล้วเขาก็ถูกสังหารโดยการยิงจากชายที่อยู่ในเงา
-
การเปิดเผยตัวตน: ในที่สุด ภาพยนตร์ก็ได้เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจที่สุด: นักสืบฮอฟฟ์แมน คือ ผู้สมรู้ร่วมคิด ที่แท้จริงและเป็น ผู้สืบทอด ของ จิ๊กซอว์
ฮอฟฟ์แมนเปิดเผยว่า เกมที่ริกก์เล่นนั้นเป็น “การทดสอบ” เพื่อหาคนที่จะมาเป็นผู้สืบทอด ซึ่งฮอฟฟ์แมนได้จัดฉากไว้ทั้งหมด เขาสวมรอยเป็นเหยื่อเพื่อทำให้ริกก์ต้องฝ่าฝืนกฎ เมื่อเวลาครบ 90 นาที (หรือเมื่อริกก์ฝ่าฝืน) หัวของ ฮอฟฟ์แมนจะถูกปลดปล่อย แต่ถ้าก่อนเวลานั้น ริกก์บุกเข้ามา เขาจะต้องตาย
-
จุดจบของริกก์: ฮอฟฟ์แมนลุกขึ้นยืนในสภาพที่ไม่มีบาดแผลใด ๆ และปิดประตูห้องไว้ ริกก์ที่บาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงด้วยปืนที่ฮอฟฟ์แมนซ่อนไว้ตระหนักได้ว่า เขาตกหลุมพรางของจิ๊กซอว์ และถูกทิ้งให้ตายอยู่ในห้องนั้น ซึ่งเป็นห้องเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมใน Saw III (ห้องที่ จิ๊กซอว์ และ อาแมนด้า ตาย)
VII. บทสรุป: เกมที่ไม่มีวันจบ
Saw IV จบลงด้วยฉากที่ชวนให้ขนลุก เมื่อ สตรัห์ม บุกเข้าไปในห้องสุดท้าย และพบว่า ฮอฟฟ์แมน กำลังเดินจากไปอย่างเยือกเย็น โดยเขาได้ทิ้งร่องรอยไว้เพื่อให้ดูเหมือนว่าฮอฟฟ์แมนเป็นเหยื่อ และสตรัห์มคือผู้กระทำผิด
ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการขยายจักรวาลของ Saw ให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงแต่สานต่อเกมหลังจากความตายของตัวบงการ แต่ยังมีการ ย้อนรอย และ เชื่อมโยง เหตุการณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด ทำให้ ซอว์ เกม ตัด-ต่อ-ตาย 4 เป็นมากกว่าแค่หนังแนว สยองขวัญ/ระทึกขวัญ ทั่วไป แต่เป็นปริศนาที่ต้องตีความและไขรหัสที่เชื่อมโยงถึงความท้าทายในการอ่านหรือบิดเบือนพฤติกรรมของมนุษย์ และตอกย้ำถึงปรัชญาที่ว่า: ทุกคนสมควรที่จะได้รับโอกาสในการรอดชีวิต…หากพวกเขาเต็มใจที่จะแลก
