หากจะพูดถึงหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สยองขวัญของไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในแง่รายได้และคำวิจารณ์ ชื่อของ Phobia 2 หรือ ห้าแพร่ง (2009) จะต้องถูกยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆเสมอ นี่คือโปรเจกต์ภาคต่อที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมหลังจากความสำเร็จของ “สี่แพร่ง” โดยในภาคนี้ยังคงคอนเซปต์การรวบรวมเรื่องสั้นสยองขวัญจากผู้กำกับแถวหน้ามาไว้ในเรื่องเดียว แต่ยกระดับความน่ากลัวขึ้นเป็น 5 เรื่องราวที่ร้อยเรียงกันด้วยธีมของ “กฎแห่งกรรม”
ข้อมูลเบื้องต้นและแนวหนัง (Film Profile)
-
ชื่อเรื่อง: Phobia 2 (ห้าแพร่ง)
-
แนวหนัง: Horror, Anthology, Thriller (สยองขวัญ, ระทึกขวัญ, หนังรวมเรื่องสั้น)
-
นักแสดงนำ: จิรายุ ละอองมณี, ชาลี ไตรรัตน์, วรเวช ดานุวงศ์, มาช่า วัฒนพานิช, นิค นิโคล เทริโอ
-
ค่ายหนัง: GTH (ปัจจุบันคือ GDH)
เนื้อหาและเรื่องย่อ: 5 แพร่งแห่งความตาย
Phobia 2 นำเสนอเรื่องราวสุดหลอนเหนือธรรมชาติ 5 เรื่องเกี่ยวกับ “กรรม” ตั้งแต่การถูกลงทัณฑ์จนเสียความเป็นมนุษย์ไปจนถึงวิญญาณที่ระทมทุกข์ โดยแบ่งออกเป็นตอนต่างๆ ดังนี้:
1. หลาวชะโอน (Directed by นนทรีย์ นิมิบุตร)
เปิดตัวด้วยความเชื่อพื้นบ้านและบาปกรรมที่รุนแรงที่สุดคือการ “เนรคุณ” เรื่องราวของ เป้ (รับบทโดย จิรายุ ละอองมณี) เด็กวัยรุ่นใจร้อนที่ก่อคดีปาหินใส่รถจนทำให้มีผู้เสียชีวิต แม่ของเขาจึงตัดสินใจส่งเขาไปบวชหน้าไฟและจำวัดในป่าลึกเพื่อหนีความผิด
ณ วัดป่าแห่งนั้น เป้ต้องเผชิญกับความมืดมิด ความหิวโหย และ “เปรต” สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ตามมาทวงคืนความยุติธรรม ตอนนี้โดดเด่นมากในเรื่องของการใช้บรรยากาศป่าและการเล่นกับเสียงที่ชวนขนลุก เป็นบทสรุปของกรรมที่มาไวและรุนแรงในรูปแบบของการถูกลงทัณฑ์จนเสียความเป็นมนุษย์
2. ห้องเตียงรวม (Directed by วิสูตร พูลวรลักษณ์)
เรื่องราวของ หนุ่ม (รับบทโดย วรเวช ดานุวงศ์) ที่ประสบอุบัติเหตุจนขาหักทั้งสองข้างและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เขาถูกจัดให้พักในห้องเตียงรวมร่วมกับชายชราที่นอนโคม่าด้วยเครื่องช่วยหายใจ
ความสยองเริ่มต้นขึ้นเมื่อยามค่ำคืนมาถึง ชายชราคนนั้นดูเหมือนจะพยายามสื่อสารหรือทำบางอย่างกับเขาในขณะที่หนุ่มขยับตัวไปไหนไม่ได้ ความอึดอัดและการถูกจำกัดพื้นที่ทำให้ตอนนี้เป็น แนวหนัง สยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ยอดเยี่ยมที่สุดตอนหนึ่ง ผู้ชมจะสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังเมื่อต้องอยู่ร่วมห้องกับวิญญาณที่ระทมทุกข์
3. Backpackers (Directed by ทรงยศ สุขมากอนันต์)
เปลี่ยนอารมณ์มาสู่แนวระทึกขวัญซอมบี้สุดระทึก เมื่อคู่รักชาวญี่ปุ่นสองคนโบกรถบรรทุกที่ขับโดยคนไทยเพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ แต่พวกเขากลับพบว่าในตู้คอนเทนเนอร์หลังรถไม่ได้บรรจุแค่สินค้าทั่วไป แต่มันคือกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เสียชีวิตในสภาพที่น่าสยดสยอง
เมื่อศพเหล่านั้นกลับฟื้นคืนชีพด้วยเชื้อร้ายบางอย่าง การเอาชีวิตรอดกลางถนนสายเปลี่ยวจึงเริ่มขึ้น ตอนนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของความโลภของมนุษย์และการค้ามนุษย์ ซึ่งสุดท้ายแล้วกรรมนั้นก็กลับมากัดกินตัวผู้กระทำในรูปแบบของฝูงซอมบี้กระหายเลือด
4. รถมือสอง (Directed by ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ)
นุช (รับบทโดย นิโคล เทริโอ) เจ้าของเต็นท์รถมือสองที่มีเบื้องหลังอันดำมืด เธอเอาเข้าเครื่องเพื่อซ่อมแซมและย้อมแมวรถที่เคยเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนมีคนตายเพื่อนำมาขายใหม่ ความสยองขวัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อลูกชายตัวน้อยของเธอหายตัวไปในค่ำคืนหนึ่งขณะเล่นอยู่ในเต็นท์รถ
ตอนนี้นำเสนอภาพของความสยองที่ติดตาด้วยภาพติดวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในรถแต่ละคัน เป็นการตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบและบาปจากการหลอกลวงผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว
5. คนกอง (Directed by บรรจง ปิสัญธนะกูล)
ปิดท้ายด้วยความตลกปนสยองซึ่งเป็นลายเซ็นของผู้กำกับ “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” เรื่องราวเกิดขึ้นในกองถ่ายหนังผีเรื่องหนึ่งที่นักแสดงนำคือ มาช่า วัฒนพานิช (รับบทเป็นตัวเอง) เมื่อนักแสดงประกอบที่รับบทเป็นผีเกิดเสียชีวิตกลางกองถ่าย แต่กลับดูเหมือนว่าเธอยังคงวนเวียนเพื่อแสดงให้จบ
เหล่านักแสดงนำและทีมงาน (รับบทโดยกลุ่มเพื่อนจากภาคที่แล้ว รวมถึง ชาลี ไตรรัตน์) ต้องวุ่นวายกับการแยกแยะว่าใครคือคน ใครคือผี ตอนนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่สร้างทั้งเสียงหัวเราะและความสะพรึงกลัวได้อย่างลงตัวที่สุด
บทวิเคราะห์: ทำไม Phobia 2 ถึงยังเป็น Masterpiece?
การนำเสนอกฎแห่งกรรมในมุมมองใหม่
Phobia 2 ไม่ได้เล่าเรื่องกรรมในเชิงเทศนาศีลธรรมแบบเชยๆ แต่ใช้ความสยองขวัญเป็นสื่อกลางในการแสดงให้เห็นว่า “ผลของการกระทำ” นั้นซื่อสัตย์เพียงใด หนังใช้ keyword สำคัญอย่าง “กรรม” มาขยี้ให้เห็นภาพชัดเจน ทั้งกรรมจากการฆ่า, กรรมจากการเนรคุณ, กรรมจากความโลภ และกรรมจากการลบหลู่
ทีมนักแสดงคุณภาพ
การได้นักแสดงชั้นนำอย่าง จิรายุ ละอองมณี ที่ในตอนนั้นยังเป็นนักแสดงเด็กที่ถ่ายทอดอารมณ์หวาดกลัวได้สมจริง หรือ วรเวช ดานุวงศ์ ที่สลัดภาพนักร้องบอยแบนด์มารับบทดราม่าสยองขวัญได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงตัวแม่อย่าง มาช่า วัฒนพานิช ที่ช่วยส่งให้ตอนจบของหนังทรงพลังและน่าจดจำ
ความหลากหลายของแนวหนังสยองขวัญ
จุดเด่นที่ทำให้ ห้าแพร่ง ไม่น่าเบื่อ คือการที่แต่ละตอนมี “รสชาติ” ที่ต่างกัน:
-
หลาวชะโอน: สยองขวัญพื้นบ้าน/ตำนาน
-
ห้องเตียงรวม: ระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา/พื้นที่ปิด
-
Backpackers: แอ็กชัน/ซอมบี้/เลือดสาด
-
รถมือสอง: ผีอาฆาต/ความลึกลับ
-
คนกอง: สยองขวัญ/ตลก (Horror Comedy)
ความสำเร็จและอิทธิพลต่อวงการหนังไทย
เมื่อออกฉายในปี 2009 Phobia 2 สร้างปรากฏการณ์ทำรายได้ถล่มทลายและกลายเป็นหนังที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดียยุคแรกๆ หนังเรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า “หนังผีไทย” มีศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไม่จำเป็นต้องมีผีตุ้งแช่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเล่าเรื่องสังคม ความเชื่อ และสันดานมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง
นอกจากนี้ หนังยังได้รับคำชมในระดับนานาชาติ และมักจะถูกหยิบยกขึ้นมาแนะนำในลิสต์ “หนังผีเอเชียที่ต้องดูก่อนตาย” อยู่เสมอ ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องที่กระชับ ฉับไว และตอนจบของแต่ละตอนที่มักจะมีการ “หักมุม” ที่คาดไม่ถึง
สรุป: Phobia 2 (ห้าแพร่ง) หนังที่ไม่ควรพลาด
หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ แนวหนัง สยองขวัญที่มีเนื้อหาเข้มข้น และต้องการสัมผัสกับสุดยอดความสยองของไทยที่นำเสนอเรื่องราวสุดหลอนเหนือธรรมชาติ Phobia 2 คือคำตอบที่ดีที่สุด เรื่องราวของเปรตที่ตามหลอกหลอนวัยรุ่นทำผิด, วิญญาณชายชราที่จ้องมองคุณจากข้างเตียง, หรือความโกลาหลในกองถ่ายหนังผี ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ห้าแพร่ง ก็ยังคงเป็นภาพยนตร์ที่เตือนสติเราได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้กรรม” และกรรมนั้นอาจจะมาในรูปแบบที่คุณสยดสยองที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้
