หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เต็มไปด้วยความกดดัน การเอาชีวิตรอด และมิตรภาพที่ยากจะทำลาย Papillon ปาปิยอง หนีตายแดนดิบ (2017) คือคำตอบที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกเรื่องย่อและเบื้องหลังของภาพยนตร์ระดับขึ้นหิ้งเรื่องนี้กันครับ
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพยนตร์
-
ชื่อเรื่อง: Papillon (ปาปิยอง หนีตายแดนดิบ)
-
แนวหนัง: ดราม่า (Drama), อาชญากรรม (Crime), ผจญภัย-เอาชีวิตรอด (Adventure-Biography)
-
ผู้กำกับ: Michael Noer
-
นำแสดงโดย: Charlie Hunnam (รับบท อองรี ‘ปาปิยอง’ ชาร์เรียร์), Rami Malek (รับบท หลุยส์ เดก้า)
-
ความยาว: 133 นาที
คำอธิบายและจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
เนื้อหาของ Papillon ปาปิยอง หนีตายแดนดิบ (2017) เริ่มต้นขึ้นในกรุงปารีส ทศวรรษ 1930 อองรี ชาร์เรียร์ (รับบทโดย Charlie Hunnam) นักงัดแงะตู้เซฟฝีมือฉกาจ ฉายา “ปาปิยอง” (ซึ่งแปลว่าผีเสื้อตามรอยสักบนหน้าอกของเขา) ถูกปรักปรำในคดีฆาตกรรมที่เขาไม่ได้ก่อ ส่งผลให้เขาถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและถูกส่งตัวไปยังคุกอาณานิคมที่โหดเหี้ยมที่สุดของฝรั่งเศสในเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ หรือที่รู้จักกันในนาม “เกาะปีศาจ” (Devil’s Island)
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความตาย โรคระบาด และการทารุณกรรมจากผู้คุม อองรี ชาร์เรียร์ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อความสัมพันธ์อย่างไม่น่าเชื่อกับเพื่อนนักโทษและหลุยส์ เดก้า ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ลอกเลียนแบบในการพยายามหลบหนีจากเรือนจำอาณานิคมที่น่าอับอายบนเกาะปีศาจ
เนื้อเรื่องย่อแบบเจาะลึก: พันธมิตรแห่งความหวัง
1. การพบกันของสองนักโทษที่ต่างกันสุดขั้ว
บนเรือขนส่งนักโทษที่มุ่งหน้าสู่แดนดิบ อองรีได้พบกับ หลุยส์ เดก้า (รับบทโดย Rami Malek) นักปลอมแปลงพันธบัตรผู้อ่อนแอแต่ร่ำรวย เดก้าตกเป็นเป้าหมายของนักโทษคนอื่นๆ ที่จ้องจะฆ่าเขาเพื่อชิงเงินที่เขาแอบซ่อนไว้ อองรีเห็นโอกาสนี้จึงยื่นข้อเสนอ: เขาจะทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องชีวิตของเดก้า แลกกับการที่เดก้าต้องออกเงินทุนทั้งหมดในการใช้แผนการหลบหนี
2. นรกบนดิน ณ เฟรนช์เกียนา
เมื่อเดินทางไปถึงเรือนจำ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของระบบราชทัณฑ์ กฎของที่นี่ค่อนข้างเรียบง่ายแต่เด็ดขาด:
-
พยายามหนีครั้งแรก: โดนขังเดี่ยวเป็นเวลา 2 ปี
-
พยายามหนีครั้งที่สอง: โดนขังเดี่ยว 5 ปี หรือส่งไปประหารชีวิตด้วยกิโยติน
แม้จะรู้ถึงบทลงโทษที่รุนแรง แต่อองรีไม่เคยละทิ้งความหวัง เขากับเดก้าเริ่มต้นวางแผนการแหกคุกครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ต้องแลกด้วยชีวิต
3. บททดสอบแห่งความภักดีและการขังเดี่ยว
การพยายามหลบหนีครั้งแรกล้มเหลว ทำให้อองรีถูกส่งตัวเข้าห้องขังเดี่ยวที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่างเป็นเวลาถึง 2 ปี ผู้คุมพยายามทรมานเขาด้วยการตัดอาหารและห้ามไม่ให้พูดคุยกับใครเพื่อเค้นความจริงว่าใครเป็นคนช่วยขโมยเสบียง แต่อองรีปฏิเสธที่จะซัดทอดเดก้า มิตรภาพของทั้งคู่ในภาคนี้จึงแปรเปลี่ยนจาก “ผลประโยชน์” กลายเป็น “ความผูกพันที่แท้จริง”
จุดเด่นที่ทำให้ Papillon (2017) ประสบความสำเร็จ
แนวหนัง และการถ่ายทอดอารมณ์ (Genre & Tone)
ในฐานะภาพยนตร์ แนวหนัง ดราม่าและเอาชีวิตรอด ตัวหนังไม่ได้ขายเพียงแค่ฉากแอ็กชันแหกคุกทั่วไป แต่เน้นหนักไปที่สภาวะจิตใจของมนุษย์ที่ถูกกดขี่ ความต้องการอิสรภาพที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ ซึ่งผู้กำกับ Michael Noer สามารถกดดันผู้ชมให้รู้สึกอึดอัดและเอาใจช่วยตัวละครไปพร้อมๆ กัน
เคมีที่ลงตัวของนักแสดงนำ
-
Charlie Hunnam ถ่ายทอดพลังกายและแรงขับเคลื่อนของปาปิยองได้อย่างน่าทึ่ง ฉากที่เขาต้องซูบผอมในห้องขังเดี่ยวแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในบทบาทอย่างมาก
-
Rami Malek (เจ้าของรางวัลออสการ์) ในบทหลุยส์ เดก้า สามารถแสดงออกถึงความเปราะบาง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความฉลาดและจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากการเคี่ยวกรำของคุกแดนดิบ
บทสรุปและสาระสำคัญของเรื่อง
หลังจากผ่านการขังเดี่ยวและการย้ายคุกหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดปาปิยองและเดก้าก็ถูกส่งตัวไปยัง เกาะปีศาจ ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันล้อมรอบด้วยมหาสมุทรและคลื่นยักษ์ ที่ซึ่งไม่มีใครเคยแหกคุกสำเร็จ
ในท้ายที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้ชมได้คิดตามเกี่ยวกับคุณค่าของ “อิสรภาพ” ว่ามนุษย์เรายอมแลกอะไรบ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งคำว่าเสรีภาพ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นในสถานที่ที่มืดมนที่สุดนั้นงดงามเพียงใด
