ใคร ๆ ก็อยากมี “บ้าน” เป็นของตัวเองใช่ไหมครับ? บ้านที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นหลักประกันความสุข เป็นรังรักของครอบครัว เป็นที่ที่เราจะรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนหนึ่งของอะไรที่มั่นคง สำหรับคนเมืองหลวงอย่าง “ธีร์” (สหรัถ สังคปรีชา) ในภาพยนตร์เรื่อง “ลัดดาแลนด์” การมีบ้านคือความฝันที่ยิ่งใหญ่และดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม ด้วยเงินเดือนพนักงานออฟฟิศธรรมดา การเก็บเงินดาวน์บ้านในกรุงเทพฯ ดูจะเป็นภาระที่หนักอึ้ง เขาเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กับครอบครัว รู้สึกผิดที่ทำให้ภรรยา “ป่าน” (ปิยธิดา วรมุสิก) ที่แม่ยายคอยบ่นว่าเขาไม่เอาไหน ลูกสาววัยรุ่นอย่าง “แนน” ที่ต้องไปอยู่กับยาย และลูกชายวัย 5 ขวบอย่าง “นัท” ที่ยังคงมองพ่อเป็นฮีโร่ ในวัย 40 ปี ธีร์เชื่อว่าเขาคงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ไม่ได้เรื่อง หากไม่มีบ้านสักหลังเพื่อครอบครัว
แล้วโอกาสก็มาถึง! ธีร์ได้รับข้อเสนอตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายการตลาดที่เชียงใหม่ ด้วยเงินเดือนที่สูงขึ้นและราคาที่ดินที่ถูกลง ทำให้ฝันที่จะมีบ้านเดี่ยวหลังใหญ่เป็นจริงได้ไม่ยาก เขาตัดสินใจทิ้งชีวิตเก่าที่กรุงเทพฯ ไปตั้งรกรากในบ้านหลังใหม่ที่เลือกสรรมาอย่างดี แม้ภรรยาและลูกจะทัดทาน แต่ธีร์เชื่อมั่นว่าครอบครัวของเขาจะมีความสุขมากกว่าที่ “หมู่บ้านลัดดาแลนด์”
บนโต๊ะอาหารในบ้านหลังใหม่ที่อบอุ่น ธีร์ยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ในที่สุดครอบครัวก็ได้อยู่พร้อมหน้ากัน… โดยไม่รู้เลยว่าในค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง เรื่องราวสุดสยองกำลังเริ่มต้นขึ้น มีเด็กรับใช้ชาวพม่าในหมู่บ้านถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม คนร้ายสาดน้ำกรดจนใบหน้าแหลกเหลว ทุบตีจนตาย ก่อนจะนำศพไปยัดไว้ในตู้เย็น “หมู่บ้านไหน ๆ ก็มีคนตาย” แต่ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านจะได้ประสบกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในลัดดาแลนด์…
“ลัดดาแลนด์” แดนผีสุดสะพรึง สู่จอเงินโดย GTH
เชื่อว่าหลายคนคงเป็นเหมือนกัน คือกลัวผีจนขึ้นสมอง แต่อดไม่ได้ที่จะอยากรู้เรื่องราวชวนขนหัวลุก ยิ่งเป็นเรื่องเล่าขานตำนานภูตผีวิญญาณที่เล่าต่อ ๆ กันมา ยิ่งชวนให้ขนลุกเกรียว ไม่ว่าจะนั่งล้อมวงพูดคุยในบรรยากาศสลัว ๆ หรือเปิดวิทยุฟังเรื่องผีตอนดึก
ในปี พ.ศ. 2554 ค่ายหนังคุณภาพเยี่ยมอย่าง GTH ได้เอาใจคอหนังผีด้วยการส่งภาพยนตร์เรื่อง “ลัดดาแลนด์” (The Lost Home) ออกมาเขย่าขวัญสั่นประสาท เล่าขานตำนานดินแดนสุดสะพรึงแห่งเมืองเชียงใหม่ นำแสดงโดยนักแสดงคุณภาพอย่าง ป๊อก ปิยธิดา วรมุสิก และ ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ภายใต้ฝีมือของผู้กำกับที่สร้างสรรค์ความหลอนมาแล้วจาก “โปรแกรมหน้า..วิญญาณอาฆาต”
ตำนาน “ลัดดาแลนด์” ในความจริงและเรื่องเล่า
“ลัดดาแลนด์” ถือเป็นเรื่องผีสุดคลาสสิกที่ถูกเล่าขานต่อกันมาจนกลายเป็นตำนาน แม้ว่าเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้วจะพบเค้าโครงความจริงได้น้อยมากก็ตาม เพราะในยุค พ.ศ. 2520 หรือราวสามสิบกว่าปีก่อน ลัดดาแลนด์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเชียงใหม่ ไม่ต่างจากดอยสุเทพ จนมีคำขวัญติดปากว่า “กินข้าวซอย ขึ้นดอยสุเทพ แวะแอ่วลัดดาแลนด์”
ในอดีต ลัดดาแลนด์ ถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ในเชียงใหม่ ประกอบด้วยหมู่บ้านหัตถกรรมที่จำหน่ายสินค้า สวนดอกไม้เมืองหนาวกว่าร้อยชนิด การแสดงฟ้อนรำ และบริการขี่ช้าง นั่งรถม้า และรถราง ทำให้ช่วงหน้าหนาวเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยมีบ้านหลังใหญ่ของคุณนายลัดดา ซึ่งเป็นนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และภรรยาของนายทหารเจ้าของกิจการ “โรงหนังเวียงพิงค์” ผู้เป็นเจ้าของลัดดาแลนด์ ปลูกอยู่ใกล้กับประตูทางเข้า
แต่ตำนาน ลัดดาแลนด์ ฉบับผี ๆ ถูกเล่าอ้างว่า เดิมเป็นหมู่บ้านจัดสรรของกลุ่มเศรษฐี และเป็นสถานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นในสมัยนั้นที่จะไปออกเดทกัน เพราะเชื่อว่าคู่ไหนไปอธิษฐานขอความรักกับต้นไทรหน้าลัดดาแลนด์ คู่นั้นจะได้รักกันไปตลอดชีวิต
จุดเริ่มต้นของความสยองในลัดดาแลนด์
แล้วตำนานความน่าสะพรึงกลัวก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อครอบครัวหนึ่งถูกโจรปล้นและฆ่ายกครัว ทำให้บ้านใกล้เรือนเคียงต้องพบกับเรื่องราวแปลก ๆ บ้างก็ได้ยินเสียงร้องไห้ บ้างก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ บางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ที่หนักสุดคือ เห็นคนในครอบครัวนั้นออกมา ยืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ทำให้คนละแวกนั้นไม่กล้าออกจากบ้านช่วงกลางคืนและเช้าตรู่
ยิ่งนานวันเข้า วิญญาณฆ่ายกครัวใน ลัดดาแลนด์ ก็เริ่มเฮี้ยนหนักขึ้น ตามมาหลอกหลอนผู้คนถึงบ้าน จนท้ายที่สุดทุกคนต่างเก็บข้าวของย้ายออกกันไปเกือบหมด เหลือเพียง 3 หลัง โดย 1 ใน 3 หลังนั้น เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจะบินมาเที่ยวเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น จึงจ้างเด็กสาวชาวพม่าคอยดูแลบ้าน
แต่หลังจากผู้คนย้ายออกไปไม่นาน ก็มีโจรขึ้นบ้านและฆ่าเด็กสาวชาวพม่า แล้วหมกศพไว้ในห้องเก็บของใต้บันได ซึ่งกว่าเพื่อนบ้าน 2 หลังที่ยังเหลือจะรู้เรื่องก็ผ่านไปเกือบ 2 เดือน เพราะยังเห็นว่าเด็กสาวคนนั้นออกมานั่งหน้าระเบียงบ้านทุกวัน แต่เมื่อกลิ่นศพโชยหนักขึ้นทุกวัน จึงมีการเปิดเข้าไปเพื่อจะทำความสะอาด แล้วก็พบเด็กสาวหันหน้ามาแบบเละ ๆ… คราวนี้หายเกลี้ยงทั้งหมู่บ้าน!
7 ตำนานสุดหลอนใน “ลัดดาแลนด์” ที่เล่าขานกันมา
นอกจากเรื่องราวฆาตกรรมยกครัวและเด็กรับใช้ชาวพม่าแล้ว ยังมีตำนานสุดหลอนอื่น ๆ ที่ถูกเล่าขานเกี่ยวกับ ลัดดาแลนด์ อีกมากมาย ได้แก่:
- ตำนานรักอมตะใต้ต้นไทร: มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมาก และมาอธิษฐานขอให้ความรักสมหวังกับต้นไทรหน้า ลัดดาแลนด์ แต่เมื่อพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ ทั้งสองจึงชวนกันมาแขวนคอตายใต้ต้นไทรนั้น ว่ากันว่าเมื่อถึงวันครบรอบการผูกคอตายของคู่รักคู่นี้ คนแถวนั้นจะเห็นทั้งคู่ห้อยโตงเตงพร้อมกับส่งยิ้มให้
- โครงกระดูกในบ่อน้ำ: ช่วงก่อนที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์ จะสร้างเสร็จ ตอนที่ขุดหลุมเพื่อที่จะทำบ่อน้ำ มีการพบโครงกระดูกด้วย แต่ไม่ยอมเปิดเผยให้ทราบกัน
- พื้นที่ทิ้งศพ: ก่อนที่จะเป็น ลัดดาแลนด์ สถานที่แห่งนั้นเป็นที่เปลี่ยว จึงมีการนำศพคนตายที่ถูกปล้น หรือถูกข่มขืนมาทิ้งไว้หลายต่อหลายศพ
- ซากทารกในสระน้ำ: มีหญิงสาวและหญิงขายบริการหลายรายที่ทำแท้งแล้วนำซากศพเด็กไปทิ้งไว้ในสระน้ำนั้น ว่ากันว่ามีมากกว่า 100 ศพเลยทีเดียว
- หนุ่มขี้ยาตายปริศนา: มีหนุ่มขี้ยาคนหนึ่งเสพยาเกินขนาดแล้วเกิดช็อกตายคาศาลาริมสระน้ำ ลัดดาแลนด์ ซึ่งกว่าจะมีคนมาพบศพก็เน่าแล้ว แต่ก็ร่ำลือกันว่าสาเหตุที่ช็อกเพราะโดนเอาไปเป็นตัวตายตัวแทนมากกว่า เนื่องจากกัญชายังเหลืออยู่ข้าง ๆ ศพอีกเยอะเลย
- ศาลพระภูมิและตุ๊กตาวิญญาณ: มีการนำศาลพระภูมิ รวมถึงตุ๊กตาสะเดาะเคราะห์มาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จนทางเทศบาลต้องนำไปทิ้งนอกเมือง แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ เพราะถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน วันรุ่งขึ้นก็จะพบกลับมาที่เดิม เชื่อกันว่าวิญญาณทั้งหมดสิงอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ที่วางอยู่มากมายในพื้นที่นั้น
- หญิงสาวผู้ผิดหวังในรัก: มีหญิงสาวที่มาขอความรักกับต้นไทรหน้าหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์ แล้วผิดหวังในความรัก จึงกินยาฆ่าแมลงตายใต้ต้นไทร โดยทิ้งจดหมายไว้สั้น ๆ ว่า “จะอยู่ข้าง ๆ เธอตลอดไป”
“ลัดดาแลนด์” ความจริงที่ถูกบิดเบือน?
อย่างไรก็ตาม ชาวเชียงใหม่จำนวนมากต่างระบุว่าเรื่องเล่า ลัดดาแลนด์ ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพียงอุทยานการท่องเที่ยวที่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จึงปิดตัวลงไป ไม่ใช่เป็น “โครงการบ้านจัดสรรเฮี้ยน” ดังที่ผู้คนจำนวนมากเข้าใจ เพราะหากพิจารณาจากเอกสารหลักฐาน หรือหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ในเมืองเชียงใหม่ กลับไม่ปรากฏเรื่องราวเหล่านี้เลย
โดยเฉพาะคำร่ำลือที่กล่าวกันว่า หญิงดื่มยาพิษตายใต้ต้นไทรในอุทยานของ ลัดดาแลนด์ ก็แทบไม่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเป็นพื้นที่ปิดมีรั้วรอบขอบชิด
ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ว่าหลังจาก ลัดดาแลนด์ กลายเป็นสถานที่เปลี่ยวร้าง มีการนำศพคนตายที่ถูกปล้น หรือถูกฆาตกรรม รวมถึงซากศพเด็กจากการทำแท้ง มาทิ้งไว้ในบริเวณนั้น ก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะแม้ในอดีตเชียงใหม่ก็ยังเป็นเมืองที่มีความเจริญไม่ต่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้ง ลัดดาแลนด์ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หน่วยงานราชการ รวมถึงเป็นเขตในท้องที่ของตำรวจภูพิงค์ คงไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไปง่าย ๆ แน่
ไม่ว่าตำนาน ลัดดาแลนด์ จะเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกแต่งเติมขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องราวที่ชวนขนลุกเมื่อได้รับรู้ ยิ่งได้รับชมในรูปแบบภาพยนตร์ ก็ยิ่งเพิ่มดีกรีความสยองเข้าไปอีก ใครที่ยังไม่ได้ดู “ลัดดาแลนด์” ของ GTH ลองหามาดูกันนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่าความกลัวในบ้านของตัวเองนั้นน่าสะพรึงขนาดไหน
