หากจะกล่าวถึงภาพยนตร์แอนิเมชันที่ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของวอลท์ ดิสนีย์ ในช่วงยุคเปลี่ยนผ่านสหัสวรรษ คงไม่มีเรื่องไหนโดดเด่นไปกว่า Atlantis: The Lost Empire หรือชื่อภาษาไทยว่า แอตแลนติส ผจญภัยอารยนครสุดขอบโลก (2001) ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นความทะเยอทะยานครั้งใหญ่ของสตูดิโอ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะ ภาพยนตร์ไซไฟ (Sci-Fi) เรื่องแรกของวอลท์ ดิสนีย์ ฟีเจอร์แอนิเมชัน ที่ก้าวข้ามสูตรสำเร็จแบบมิวสิคัลเดิมๆ ไปสู่การผจญภัยที่ตื่นเต้นและลึกลับ

ข้อมูลเบื้องต้นและงานสร้างระดับประวัติศาสตร์

แอตแลนติส ผจญภัยอารยนครสุดขอบโลก เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันอเมริกันในปี 2001 ที่รวบรวมทีมงานระดับพระกาฬมาไว้ด้วยกัน เขียนบทโดย แทป เมอร์พี และกำกับโดย การ์รี เทรส์เดล ร่วมกับ เคอร์ค ไวส์ (ทีมผู้กำกับชื่อดังจาก Beauty and the Beast และ The Hunchback of Notre Dame) โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2001 ในรอบปฐมทัศน์ และสร้างความฮือฮาด้วยสไตล์งานภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายเส้นของ Mike Mignola ผู้สร้าง Hellboy

แนวหนัง (Genre) และความแตกต่างที่เหนือชั้น

ในขณะที่โลกจดจำดิสนีย์ในฐานะผู้สร้างเทพนิยายและเจ้าหญิง แต่ Atlantis: The Lost Empire กลับเลือกเดินในทางที่แตกต่าง โดยนิยามตัวเองเป็นแนว Action-Adventure, Sci-Fi และ Fantasy หนังเรื่องนี้ไม่มีตัวละครออกมาร้องเพลงประกอบเรื่องราว แต่เน้นไปที่การสร้างโลก (World Building) การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคนั้นอย่าง 3D-CGI มาผสมผสานกับงานวาด 2D แบบดั้งเดิม เพื่อถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรใต้พิภพ

เรื่องย่อ: การเดินทางสู่จุดลึกสุดของมหาสมุทร

ไมโล แธตช์ กับความฝันที่ไม่มีใครเชื่อ

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไมโล เจ. แธตช์ (ให้เสียงโดย Michael J. Fox) นักภาษาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีที่ทำงานอยู่ในสถาบันสมิธโซเนียน เขามีความหมกมุ่นอยู่กับการพิสูจน์การมีอยู่ของ “แอตแลนติส” อาณาจักรที่สาบสูญตามบันทึกในตำนาน ไมโลเชื่อว่าเขาสามารถค้นหาอาณาจักรนี้ได้หากได้รับทุนสนับสนุนเพื่อตามหา “The Shepherd’s Journal” (บันทึกของผู้เลี้ยงแกะ) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ระบุที่ตั้งของนครแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม เหล่าผู้บริหารในสถาบันกลับมองว่าเขาเป็นเพียงคนเพ้อเจ้อ จนกระทั่งไมโลได้พบกับ เพรสตัน วิทมอร์ มหาเศรษฐีลึกลับผู้เป็นเพื่อนเก่าของปู่เขา วิทมอร์มอบบันทึกที่ไมโลตามหาให้ พร้อมกับเสนอทุนสนับสนุนการสำรวจขนาดมหึมา ซึ่งประกอบไปด้วยเรือดำน้ำยักษ์ “Ulysses” และทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

คณะสำรวจและภัยอันตรายใต้สมุทร

ไมโลร่วมเดินทางไปกับทีมสำรวจที่นำโดย ผู้การไลล์ ไทเบอร์เรียส รอร์ก และร้อยโท เฮลก้า ซินแคลร์ พร้อมด้วยทีมงานสุดแปลกแยกแต่มากฝีมือ เช่น วินนี่ (ผู้เชี่ยวชาญระเบิด), ดร.สวีท (แพทย์ร่างยักษ์), ออเดรย์ (ช่างกลสาวน้อย), และโมเลียร์ (นักธรณีวิทยาตัวตุ่น)

การผจญภัยเริ่มต้นด้วยความระทึกเมื่อพวกเขาถูกโจมตีโดย “เลวีอาธาน” อาวุธชีวภาพจักรกลยักษ์ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าแอตแลนติส เรือดำน้ำ Ulysses ถูกทำลายลง แต่ไมโลและทีมงานที่เหลือรอดสามารถเดินทางผ่านอุโมงค์ใต้ดินจนหลุดเข้าไปพบกับโลกใบใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เปลือกโลกมานานนับพันปี นั่นคือ แอตแลนติส

การพบกันของสองอารยธรรม

ที่นั่น ไมโลได้พบกับ เจ้าหญิงคีดากาแช (คีดา) บุตรสาวของกษัตริย์แห่งแอตแลนติส เขาพบว่าชาวแอตแลนติสยังมีชีวิตอยู่ แต่พวกเขากลับสูญเสียความสามารถในการอ่านอารยธรรมของตัวเอง และไม่รู้วิธีใช้เทคโนโลยีพลังงานคริสตัลที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขา ไมโลจึงกลายเป็นคนเดียวที่สามารถสื่อสารและแปลภาษาโบราณเพื่อช่วยกอบกู้จิตวิญญาณของเมืองนี้คืนมา

จุดพลิกผัน: มิตรภาพหรือผลประโยชน์

เมื่อความลับของ “หัวใจแห่งแอตแลนติส” (คริสตัลยักษ์ที่มีพลังงานมหาศาล) ถูกเปิดเผย ธาตุแท้ของผู้การรอร์กก็ปรากฏขึ้น เขาไม่ได้ต้องการมาเพื่อการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ แต่ต้องการขโมยคริสตัลพลังงานไปขายเพื่อหวังผลกำไรมหาศาล โดยไม่สนว่าการดึงคริสตัลออกไปจะทำให้อาณาจักรแอตแลนติสล่มสลายและทุกคนต้องตาย

ไมโลต้องตัดสินใจเลือกข้างระหว่างความก้าวหน้าในอาชีพนักโบราณคดี หรือการปกป้องเพื่อนใหม่และอารยธรรมที่เขารัก เขาจึงร่วมมือกับเจ้าหญิงคีดาและสมาชิกทีมสำรวจบางคนที่กลับใจ เพื่อทำสงครามปกป้องหัวใจแห่งแอตแลนติสจากการรุกรานของฝ่ายอธรรม

บทวิเคราะห์และความน่าสนใจของ Atlantis (2001)

1. การสร้างภาษาใหม่

หนึ่งในความทุ่มเทที่สุดของดิสนีย์ในเรื่องนี้คือการจ้าง Marc Okrand (ผู้สร้างภาษากลินกอนใน Star Trek) มาสร้าง ภาษาแอตแลนเทียน ให้มีระบบไวยากรณ์และตัวอักษรเป็นของตนเองจริงๆ เพื่อให้หนังมีความสมจริงในเชิงมานุษยวิทยา

2. ประเด็นทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม

แม้จะเป็นหนังเด็ก แต่ แอตแลนติส ผจญภัยอารยนครสุดขอบโลก กลับสอดแทรกประเด็นเรื่องลัทธิจักรวรรดินิยม (Imperialism) และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความโลภ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่และมีความลึกซึ้ง

3. ตัวละครที่มีความหลากหลาย

คณะสำรวจในเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในทีมตัวละครที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและบุคลิกภาพมากที่สุดในยุคนั้น ทำให้ผู้ชมสามารถเชื่อมโยงกับตัวละครได้ง่ายและสร้างสีสันให้กับการดำเนินเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม

ทำไมคุณถึงควรกลับมาดู Atlantis อีกครั้ง?

ในปัจจุบัน Atlantis: The Lost Empire ได้กลายเป็น “Cult Classic” หรือหนังที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในภายหลัง แม้ในช่วงที่เข้าฉายอาจจะไม่ทำรายได้ถล่มทลายเท่า The Lion King แต่ด้วยพล็อตเรื่องแบบ Action-Sci-Fi ที่เข้มข้น และงานภาพที่ยังดูทันสมัยแม้ผ่านไปกว่า 20 ปี ทำให้มันเป็นหนังที่แฟนดิสนีย์รุ่นใหม่ต้องหามาชมให้ได้สักครั้งในชีวิต

หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่ผสมผสานความลึกลับของประวัติศาสตร์เข้ากับจินตนาการสุดล้ำ แอตแลนติส ผจญภัยอารยนครสุดขอบโลก (2001) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ดูหนัง Atlantis- The Lost Empire แอตแลนติส ผจญภัยอารยนครสุดขอบโลก