หากพูดถึงฮีโร่ที่มีความดาร์ก ดิบ และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในยุค 90 ชื่อของ “ดาร์คแมน” (Darkman) ย่อมอยู่ในอันดับต้น ๆ หลังจากความสำเร็จถล่มทลายของภาคแรกในปี 1990 เรื่องราวของ ดร.เพย์ตั้น เวสต์เลค นักวิทยาศาสตร์ผู้โชคร้ายที่ถูกทำลายทั้งใบหน้าและชีวิตจนกลายเป็นอสูรกายผู้ผดุงความยุติธรรมก็ได้กลับมาอีกครั้งในชื่อ Darkman II: The Return Of Durant (1995) หรือชื่อภาษาไทยว่า ดาร์คแมน กลับจากนรก ภาค 2
1. ข้อมูลพื้นฐานและแนวหนัง (Genre)
-
ชื่อเรื่อง: Darkman II: The Return Of Durant (ดาร์คแมน กลับจากนรก ภาค 2)
-
แนวหนัง: Action, Sci-Fi, Horror, Crime (แอ็กชัน, ไซไฟ, สยองขวัญ, อาชญากรรม)
-
ผู้กำกับ: Bradford May (โดยมี Sam Raimi นั่งแท่นผู้อำนวยการสร้าง)
-
นักแสดงนำ: Arnold Vosloo (รับบท เพย์ตั้น/ดาร์คแมน แทน Liam Neeson), Larry Drake (กลับมารับบท ดูรันท์)
แนวหนัง ของภาคนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความผสมผสานระหว่าง “ซูเปอร์ฮีโร่” กับ “ความสยองขวัญ” (Gothic Horror) เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น หนังเต็มไปด้วยบรรยากาศมืดหม่น การใช้มุมกล้องที่หวือหวา และการต่อสู้ที่เน้นไหวพริบและการปลอมตัว ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แฟน ๆ ชื่นชอบ
2. เนื้อเรื่องย่อ: การกลับมาของศัตรูคู่อาฆาต
เรื่องราวดำเนินต่อเนื่องจากภาคแรก…. หลังจากที่ เพย์ตั้น หรือ ดาร์คแมน ของเราได้จัดการปิดบัญชีเจ้า ดูรันท์ (Robert G. Durant) ไปแล้วในภาคก่อน หลายคนคิดว่าฝันร้ายได้จบสิ้นลงพร้อมกับแรงระเบิดที่คร่าชีวิตเจ้าพ่ออาชญากรผู้โหดเหี้ยมคนนี้ไป แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ในขณะที่เพย์ตั้นยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในฐานทัพใต้ดินกลางเมืองที่เสื่อมโทรม เขายังคงมุ่งมั่นกับการวิจัย “ผิวหนังเทียม” เพื่อหวังว่าสักวันเขาจะกลับมามีใบหน้าปกติและใช้ชีวิตท่ามกลางผู้คนได้เกิน 99 นาที (ข้อจำกัดของผิวหนังเทียมที่จะสลายตัวเมื่อโดนแสงแดด) แต่ทว่า… พวกเหล่าบรรดาลูกสมุนต่าง ๆ ของมันยังเหลืออยู่อีกมากมาย
สมุนที่จงรักภักดีของดูรันท์ไม่ได้กระจัดกระจายไปไหน พวกมันที่เหลือได้ออกสร้างความเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า และรวบรวมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น..พวกมันได้จัดการปลุกชีพให้กับ ดูรันท์ เจ้านายของมัน ให้ฟื้นจากความตาย หลังจากที่ดูรันท์นอนเป็นผักอยู่ในอาการโคม่ามานานหลายปี เมื่อเขาฟื้นคืนสติขึ้นมา เป้าหมายเดียวในใจของเขาคือการกลับมาทวงอำนาจในโลกมืด และเพื่อล้างแค้นดาร์คแมนโดยเฉพาะ
3. สงครามเทคโนโลยีและอาวุธร้าย
ในภาค The Return Of Durant นี้ ดูรันท์ไม่ได้กลับมาเพียงเพื่อคุมแก๊งมาเฟียกระจอก ๆ แต่เขาวางแผนที่จะครอบครองอาวุธสงครามชนิดใหม่ นั่นคือ “ปืนเลเซอร์พลังงานสูง” โดยเขาได้ร่วมมือกับดร. แอลเฟรด แฮทธาเวย์ นักวิทยาศาสตร์ที่ชั่วร้าย เพื่อผลิตอาวุธนี้ออกขายในตลาดมืด
ทางด้านดาร์คแมน เขาได้รับมิตรภาพจากดร. บริงเกอร์ นักวิทยาศาสตร์อีกคนที่กำลังวิจัยเรื่องผิวหนังเทียมเช่นกัน ทั้งคู่เกือบจะค้นพบวิธีทำให้ผิวหนังคงตัวถาวรได้สำเร็จ แต่แล้วดูรันท์ก็ส่งคนมาทำลายทุกอย่าง รวมถึงฆ่าดร. บริงเกอร์ด้วย ความโกรธแค้นของเพย์ตั้นจึงปะทุขึ้นอีกครั้ง เขาต้องใช้ทักษะการปลอมตัวขั้นเทพเพื่อแทรกซึมเข้าไปในรังของดูรันท์ และหยุดยั้งแผนการครองโลกอาชญากรรมครั้งนี้
4. วิเคราะห์ตัวละคร: การเปลี่ยนผ่านของดาร์คแมน
แม้ในภาคนี้จะมีการเปลี่ยนตัวนักแสดงนำจาก Liam Neeson มาเป็น Arnold Vosloo (ซึ่งต่อมาโด่งดังจากบท Imhotep ใน The Mummy) แต่ Vosloo ก็สามารถถ่ายทอดความทุกข์ระทมและความบ้าคลั่งของเพย์ตั้นออกมาได้ดีเยี่ยม เขาทำให้เราเห็นว่าดาร์คแมนไม่ใช่ฮีโร่ที่ขาวสะอาด แต่เป็นชายที่จิตใจแตกสลายและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อล้างแค้น
ส่วน Larry Drake ในบท ดูรันท์ ยังคงเป็นตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุดคนหนึ่งในโลกภาพยนตร์ การกลับมาของเขาในภาคนี้เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม การที่เขาสามารถฟื้นจากความตายมาได้ทำให้เขามีความน่าเกรงขามราวกับปีศาจที่ไม่รู้จักตาย
5. จุดเด่นของภาค The Return Of Durant
-
การปลอมตัว (Disguise): ฉากที่ดาร์คแมนปลอมเป็นสมุนของดูรันท์ หรือแม้แต่ปลอมเป็นตัวดูรันท์เองเพื่อสร้างความปั่นป่วนในแก๊ง เป็นเสน่ห์หลักที่ทำให้หนังเรื่องนี้ต่างจากหนังฮีโร่ที่เน้นแค่พละกำลัง
-
บรรยากาศสไตล์ Sam Raimi: แม้จะไม่ได้กำกับเอง แต่กลิ่นอายความสยองขวัญแบบการ์ตูน (Comic Book Horror) ยังคงเข้มข้น มีฉากแอ็กชันที่ดูรุนแรงแต่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์
-
การสืบสวน: หนังมีความเป็นแนวสืบสวน (Mystery) อยู่สูง ดาร์คแมนต้องใช้สมองของนักวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหาและวางแผนล่อหลอกศัตรู
บทสรุป: การต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ในช่วงท้ายของ Darkman II: The Return Of Durant (1995) การปะทะกันระหว่างดาร์คแมนและดูรันท์นำไปสู่ฉากไคลแมกซ์ที่ระทึกใจ เมื่อผิวหนังเทียมของเพย์ตั้นกำลังจะหมดเวลา และความจริงเกี่ยวกับความชั่วร้ายของดูรันท์ถูกเปิดเผย การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การล้างแค้นส่วนตัว แต่มันคือการปกป้องเมืองจากอาวุธทำลายล้างที่ดูรันท์สร้างขึ้น
แม้จะได้รับชัยชนะ แต่เพย์ตั้น เวสต์เลค ก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถกลับไปหาอดีตที่สวยงามได้อีกต่อไป เขาต้องยอมรับชะตากรรมในการเป็น “ดาร์คแมน” ฮีโร่ผู้ไร้ใบหน้าที่จะคอยเฝ้ามองเมืองจากเงามืดสืบต่อไป
สรุปข้อมูลจำเพาะภาพยนตร์
-
ชื่อเรื่อง: Darkman II: The Return Of Durant (1995)
-
แนวหนัง: Action / Sci-Fi / Superhero Horror
-
ความยาว: ประมาณ 93 นาที
-
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ชอบหนังแนวฮีโร่ยุค 90 ที่มีความดิบ มืดหม่น และเน้นบรรยากาศความสยองขวัญ
หากคุณเป็นแฟนของหนังภาคแรก หรือกำลังมองหาหนังแอ็กชันที่มีพล็อตเรื่องเข้มข้นเกี่ยวกับการแก้แค้นและการทดลองวิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาด ดาร์คแมน กลับจากนรก ภาค 2 คือหนึ่งในหนังภาคต่อที่คุณควรหามาชม เพื่อปิดตำนานความแค้นของดูรันท์ให้สมบูรณ์
