ท่ามกลางกระแสภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่โด่งดังไปทั่วโลก คงไม่มีใครไม่รู้จักจักรวาลตัวต่อเลโก้ที่ถูกนำมาสร้างสรรค์บนแผ่นฟิล์ม และหนึ่งในภาคแยกที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความสนุกและเสียงหัวเราะให้กับผู้ชมทุกวัยก็คือ The LEGO Ninjago Movie (2017) เดอะ เลโก้ นินจาโก มูฟวี่ ภาพยนตร์ที่ไม่ได้มีดีแค่ฉากแอ็กชันของเหล่าหุ่นยนต์ยักษ์ แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ลึกซึ้ง
1. ข้อมูลเบื้องต้นและแนวหนัง (Genre)
-
ชื่อเรื่อง: The LEGO Ninjago Movie (เดอะ เลโก้ นินจาโก มูฟวี่)
-
แนวหนัง: Animation, Action, Adventure, Comedy, Family
-
ค่ายหนัง: Warner Bros. Pictures
-
ผู้ให้เสียงพากย์หลัก: Dave Franco (ลอยด์), Jackie Chan (ปรมาจารย์วู), Justin Theroux (การ์มาดอน)
The LEGO Ninjago Movie คือผลงานภาคแยกเรื่องที่ 2 จากแฟรนไชส์ The LEGO Movie โดยหยิบยกเอาซีรีส์ของเล่นและแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงอย่าง “Ninjago” มาตีความใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบ 3D-CGI ที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวของตัวต่อเลโก้จริงๆ ได้อย่างน่าทึ่ง
2. เรื่องราวแห่งเกาะนินจาโก: เมื่อเมืองถูกคุกคาม
เรื่องราวเกิดขึ้นบนเกาะที่ชื่อว่า “นินจาโก” (Ninjago City) มหานครที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ความสงบสุขของชาวเมืองต้องสั่นคลอนอยู่เสมอจากการโจมตีของวายร้ายผู้ชั่วร้ายที่สุดตลอดกาลอย่าง “ลอร์ด การ์มาดอน” (Lord Garmadon) ผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะภูเขาไฟและมีความฝันที่จะยึดครองนินจาโกให้สำเร็จ
ทว่า ทุกครั้งที่การ์มาดอนบุกมา เขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับกลุ่มนินจาปริศนาทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นนักรบผู้ขับเคลื่อนจักรกลยักษ์ (Mechs) ปกป้องเมืองได้อย่างทันท่วงที โดยไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้น้ากากนินจาเหล่านั้น คือกลุ่มเด็กวัยรุ่นมัธยมธรรมดาๆ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตในโรงเรียนไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ
3. ตัวละครหลัก: เหล่านักรบปริศนาและ LEGO Master Builders
หัวใจสำคัญของเรื่องคือทีมจารชนนินจาที่มีบุคลิกและพลังที่แตกต่างกัน ภายใต้การนำของ ปรมาจารย์กังฟูวู (Master Wu) ผู้เป็นอาจารย์ที่ชาญฉลาดและมีความสามารถระดับตำนาน (พากย์เสียงโดย เฉินหลง):
-
ลอยด์ (Lloyd): นินจาเขียว (Green Ninja) ผู้นำทีมที่มีปมในใจ เพราะเขาคือลูกชายแท้ๆ ของวายร้ายอย่างการ์มาดอน ทำให้คนทั้งเมืองรังเกียจเขา
-
ไค (Kai): นินจาแดง ผู้ควบคุมพลังแห่งไฟ มีความกล้าหาญและพร้อมพุ่งชนทุกสถานการณ์
-
เจย์ (Jay): นินจาน้ำเงิน พลังแห่งสายฟ้า มีนิสัยขี้เล่นและขี้อายในบางครั้ง
-
โคล (Cole): นินจาดำ พลังแห่งดิน รักเสียงเพลงและมีความแข็งแกร่งดั่งหินผา
-
เซน (Zane): นินจาสีเงิน (นินจาน้ำแข็ง) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีระบบตรรกะแม่นยำแต่ก็มีความเป็นมนุษย์สูง
-
นีอา (Nya): นินจาสาวผู้ควบคุมพลังแห่งน้ำ พี่สาวของไค ผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม
4. ปมความขัดแย้ง: พ่อผู้ชั่วร้าย กับ ลูกชายที่โลกไม่ยอมรับ
เนื้อหาที่กินใจที่สุดใน The LEGO Ninjago Movie คือความสัมพันธ์ระหว่าง ลอยด์ และ การ์มาดอน ลอยด์ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโรงเรียนเพียงเพราะเขาเป็นลูกของ “วายร้ายที่แย่ที่สุดในโลก” เขาถูกเพื่อนร่วมชั้นเยาะเย้ยและถูกสังคมตัดสินก่อนที่จะได้ทำความรู้จัก
ความขัดแย้งมาถึงจุดสูงสุดเมื่อการ์มาดอนบุกเมืองอีกครั้ง ลอยด์พยายามจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการใช้ “สุดยอดอาวุธ” (Ultimate Weapon) ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือ ตัวชี้เลเซอร์ (Laser Pointer) ที่เรียกเอา “เมี๊ยวซิลล่า” (Meowthra) แมวตัวจริงๆ ในโลกมนุษย์เข้ามาทำลายเกาะนินจาโกจนพินาศ เหตุการณ์นี้ทำให้กลุ่มนินจาสูญเสียพลังและอาวุธจักรกลไปทั้งหมด
5. การเดินทางค้นหา “พลังที่แท้จริง”
หลังจากเมืองพินาศ ปรมาจารย์วูจึงตัดสินใจพาเหล่าลูกศิษย์ออกเดินทางไปยังดินแดนห่างไกลเพื่อตามหา “สุดยอดของสุดยอดอาวุธ” (Ultimate Ultimate Weapon) เพื่อนำมาปราบเมี๊ยวซิลล่าและกู้เมืองคืนมา ในระหว่างการเดินทางนี้เองที่การ์มาดอนถูกจับตัวได้ และต้องร่วมเดินทางไปกับกลุ่มนินจาอย่างเลี่ยงไม่ได้
การเผชิญหน้าครั้งใหญ่นี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยกังฟู แต่มันคือการเรียนรู้วิธีตรวจสอบ “อีโก้” ของตัวเอง ลอยด์ต้องเรียนรู้ที่จะให้อภัยพ่อที่ทิ้งเขาไป ส่วนการ์มาดอนเองก็ได้เริ่มเห็นความสามารถในตัวลูกชายที่เขาเคยมองข้าม หนังแสดงให้เห็นว่าพลังที่แท้จริงของนินจาไม่ได้มาจากหุ่นยนต์ยักษ์หรืออาวุธวิเศษ แต่มันคือ “พลังจากภายใน” ที่เกิดจากการควบคุมอารมณ์และความสามัคคี
6. จุดเด่นด้านงานสร้างและอารมณ์ขัน
เช่นเดียวกับหนังในจักรวาล LEGO เรื่องอื่นๆ The LEGO Ninjago Movie เต็มไปด้วยการล้อเลียน (Parody) หนังนินจายุคเก่าและหนังพล็อตยอดมนุษย์ ความขบขันถูกใส่เข้ามาผ่านบทสนทนาที่กวนประสาทแต่แฝงไว้ด้วยความจริงใจ
-
งานภาพ: การผสมผสานระหว่างชิ้นส่วนเลโก้ดิจิทัลกับธาตุทางธรรมชาติจริงๆ เช่น น้ำ ไฟ และทราย ทำให้ภาพดูสวยงามและมีมิติ
-
Action Scene: ฉากการต่อสู้ของหุ่นยนต์ Mechs ในช่วงต้นเรื่องมีความอลังการแบบหนังแนว “Kaiju” (สัตว์ประหลาด) ผสมกับอนิเมะญี่ปุ่น
-
ดนตรีประกอบ: มีการใช้เสียงขลุ่ยและดนตรีแนวเอเชียมาผสมผสานกับจังหวะสมัยใหม่ สร้างเอกลักษณ์ให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี
บทสรุปและข้อคิด: เราทุกคนล้วนมีนินจาซ่อนอยู่
ในตอนท้ายของเรื่อง ลอยด์และเพื่อนๆ ได้เรียนรู้ว่า “นินจา” ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเรียกหรือเครื่องแต่งกาย แต่มันคือวิถีแห่งการใช้ชีวิต การยอมรับความผิดพลาด และการมองเห็นค่าของตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตัดสิน
The LEGO Ninjago Movie (2017) จบลงด้วยการเยียวยาบาดแผลระหว่างพ่อและลูก และการที่ชาวเมืองนินจาโกหันมายอมรับในตัวลอยด์ ไม่ใช่ในฐานะลูกของวายร้าย แต่ในฐานะวีรบุรุษที่ช่วยกู้โลกด้วยความกล้าหาญที่แท้จริง
บทวิเคราะห์ทิ้งท้าย
ภาพยนตร์เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเป็นหนังที่สร้างจากของเล่น แต่เนื้อหาสามารถเข้าถึงจิตใจมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง พล็อตเรื่องการก้าวข้ามปมด้อย (Coming-of-age) ถูกนำมาเล่าได้อย่างสนุกสนาน ไม่เครียดจนเกินไป และให้แง่คิดเรื่องการปกครองตนเองก่อนที่จะไปปกครองผู้อื่น
หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ครบรส ทั้งแอ็กชันสุดมันส์ อารมณ์ขันที่เฉียบคม และบทเรียนชีวิตที่อบอุ่น The LEGO Ninjago Movie คือภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การรับชม และจะช่วยปลุกความเป็นนินจาในตัวคุณให้ตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน
