หากคุณเป็นคอวรรณกรรมเยาวชนแนวสยองขวัญในยุค 90 เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ อาร์. แอล. สไตน์ (R.L. Stine) ปรมาจารย์ผู้สร้างสรรค์ซีรีส์หนังสือชุด Goosebumps หรือที่ภาษาไทยใช้ชื่อว่า “ชมรมขนหัวลุก” ซึ่งถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์จอใหญ่ในปี 2015 ภายใต้ชื่อ Goosebumps (2015) คืนอัศจรรย์ขนหัวลุก โดยผลงานชิ้นนี้เป็นการผสมผสานระหว่าง แนวหนัง ผจญภัย แฟนตาซี และสยองขวัญแบบคอมเมดี้ (Action-Adventure Horror Comedy) ที่ดูสนุกได้ทั้งครอบครัว
จุดเริ่มต้นของการย้ายที่อยู่ และความลับข้างบ้าน
เรื่องราวเริ่มต้นที่ แซค คูเปอร์ (Zach Cooper) รับบทโดย ดีแลน มินเนตต์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งสูญเสียพ่อไป และต้องจำใจย้ายจากเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กมาสู่งเมืองแมดิสัน รัฐเดลาแวร์ ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบเหงาตามความต้องการของแม่ที่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ แซครู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตในเมืองเล็กๆ จนกระทั่งเขาได้พบกับ ฮันนาห์ (Hannah) รับบทโดย โอเดยา รัช เพื่อนบ้านสาวสวยที่มีเสน่ห์ลึกลับ
ฮันนาห์เป็นเด็กสาวที่ดูร่าเริงแต่กลับถูกพ่อของเธอสั่งห้ามไม่ให้คบค้าสมาคมกับใคร และดูเหมือนว่าเธอจะมีความลับบางอย่างซ่อนไว้ พ่อของเธอคือชายวัยกลางคนท่าทางประหลาดและดุร้ายที่ชื่อว่า นายแชดวิก (ซึ่งภายหลังเผยว่าเขาคือ อาร์. แอล. สไตน์ ตัวจริง รับบทโดย แจ็ค แบล็ค) สไตน์พยายามกีดกันแซคให้ออกห่างจากลูกสาวของเขาด้วยท่าทีที่ดูเหมือนคนโรคจิต ทำให้แซคเริ่มสงสัยว่าฮันนาห์อาจกำลังตกอยู่ในอันตรายภายใต้การกักขังของพ่อตัวเอง
ความโกลาหลเริ่มต้น: เมื่อตัวละครในหนังสือมีชีวิต
คืนหนึ่ง แซคได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากบ้านของฮันนาห์ ด้วยความเป็นห่วงและบวกกับความช่วยเหลือจาก แชมป์ (Champ) เพื่อนใหม่จอมเซ่อซ่า แซคจึงแอบย่องเข้าไปในบ้านของสไตน์เพื่อช่วยฮันนาห์ ในระหว่างที่สำรวจบ้านอยู่นั้น แซคได้พบกับตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นฉบับดั้งเดิมของซีรีส์ Goosebumps ทุกเล่มถูกล็อคกุญแจไว้อย่างแน่นหนา
ด้วยความรูเท่าไม่ถึงการณ์ แซคได้ลองเปิดหนังสือเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า The Abominable Snowman of Pasadena (มนุษย์หิมะที่พาซาดีนา) และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ เพราะทันทีที่หนังสือถูกเปิดออก ปีศาจที่ถูกขังอยู่ข้างในก็ได้หลุดออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง! มนุษย์หิมะตัวมหึมาเริ่มอาละวาดทำลายบ้านและไล่ล่าพวกเขา จนสไตน์ต้องเข้ามาช่วยระงับเหตุการณ์และพยายามนำมันกลับเข้าสู่หนังสือด้วยการใช้ “ตอนจบ” ของเรื่องเป็นตัวดึงดูด
อย่างไรก็ตาม ในความชุลมุนนั้น สแล็ปปี้ (Slappy the Dummy) หุ่นเชิดพูดได้สุดสยอง ซึ่งเป็นตัวละครที่ฉลาดและเจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุดของสไตน์ ก็ได้หลุดออกมาด้วย สแล็ปปี้โกรธแค้นที่สไตน์ขังเขาและเพื่อนพ้องปีศาจไว้ในหนังสือมานานหลายปี เขาจึงขโมยกุญแจและจัดการปลดปล่อยปีศาจจากหนังสือทุกเล่มในคอลเลกชันออกมา พร้อมทั้งเผาต้นฉบับทิ้งเพื่อไม่ให้สไตน์สามารถขังพวกมันกลับลงไปได้อีก
ภารกิจกู้โลกจากกองทัพปีศาจ
เมืองแมดิสันที่เคยเงียบสงบ กลับกลายเป็นสมรภูมิรบระหว่างมนุษย์และอสุรกายจากจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็น:
-
มนุษย์หมาป่า (The Werewolf of Fever Swamp) ที่ไล่ล่าพวกเขาในซูเปอร์มาร์เก็ต
-
สวนสัตว์ซอมบี้ และ ตั๊กแตนตำข้าวขนาดยักษ์ ที่ทำลายบ้านเมือง
-
กองทัพตุ๊กตาสวน (Lawn Gnomes) ที่ดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัยแต่กลับดุร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ
อาร์. แอล. สไตน์ สารภาพว่าเหตุผลที่เขาต้องเขียนเรื่องราวสยองขวัญเหล่านี้ขึ้นมา เพราะในตอนเด็กเขามักถูกกลั่นแกล้ง จินตนาการของเขาจึงสร้างสัตว์ประหลาดเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง แต่มันกลับมีพลังมากจนสามารถกลายเป็นจริงได้ เขาจึงต้องขังพวกมันไว้ในหนังสือด้วยเครื่องพิมพ์ดีดวิเศษ
ทางเดียวที่จะหยุดยั้งความโกลาหลนี้ได้ คือสไตน์ต้องเขียนหนังสือเล่มใหม่ขึ้นมาหนึ่งเล่มที่รวบรวมปีศาจทุกตัวไว้ในเรื่องเดียว และตอนจบต้องระบุให้พวกมันทั้งหมดถูกดูดกลับเข้าไปในหนังสือ แต่การจะเขียนหนังสือให้จบภายในคืนเดียวท่ามกลางการไล่ล่าของกองทัพปีศาจไม่ใช่เรื่องง่าย
จุดพลิกผันและความลับของฮันนาห์
ในระหว่างการเดินทางเพื่อหาเครื่องพิมพ์ดีดวิเศษในโรงเรียน แซคได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจเกี่ยวกับฮันนาห์ เขาพบว่าฮันนาห์ไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา แต่เธอคือหนึ่งในตัวละครที่สไตน์เขียนขึ้นมาเพื่อให้เป็นลูกสาวที่เขาไม่เคยมี ฮันนาห์คือ “ตัวเอก” ในหนังสือเล่มหนึ่งของสไตน์ ซึ่งนั่นหมายความว่า หากสไตน์เขียนตอนจบเพื่อดูดปีศาจทุกตัวกลับเข้าหนังสือ ฮันนาห์ก็จะต้องหายไปจากโลกความจริงด้วยเช่นกัน
ความจริงนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับแซคและฮันนาห์อย่างมาก แต่เพื่อช่วยชาวเมืองและโลกใบนี้ ฮันนาห์ตัดสินใจยอมรับชะตากรรมและสนับสนุนให้สไตน์เขียนหนังสือให้จบ
บทสรุปและการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
ฉากไคลแม็กซ์เกิดขึ้นที่สวนสนุกร้างริมป่า สไตน์พยายามพิมพ์เรื่องราวลงบนเครื่องพิมพ์ดีดวิเศษในขณะที่แซคและแชมป์ต้องคอยต้านทานกองทัพปีศาจที่สแล็ปปี้ระดมพลมาทั้งหมด สแล็ปปี้พยายามขัดขวางทุกวิถีทางเพราะรู้ว่านี่คือจุดจบของพวกเขา
ในที่สุด สไตน์ก็พิมพ์คำว่า “The End” สำเร็จ หนังสือเล่มใหม่เปิดออกเกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่ที่ดูดเอาสัตว์ประหลาดทุกตัว รวมถึงสแล็ปปี้และฮันนาห์กลับเข้าไปในหน้ากระดาษ เมืองกลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่ทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้าของแซคที่ต้องเสียคนรักไป
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของ Goosebumps มักจะมีจุดหักมุมเสมอ (Twist Ending) สไตน์ที่กลับมาสอนหนังสือในโรงเรียน ได้เผยให้แซคเห็นว่าเขาได้ “เขียน” ฮันนาห์กลับออกมาสู่โลกความจริงอีกครั้งในฐานะเด็กสาวธรรมดา ทำให้ทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แต่หนังก็ไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายความสยองขวัญเล็กๆ เมื่อสไตน์พบว่ายังมีตัวละครอย่าง มนุษย์ล่องหน หลุดรอดออกมาและกำลังพิมพ์เรื่องราวสยองขวัญบทใหม่ด้วยตัวเอง!
วิเคราะห์ความสำเร็จของ Goosebumps (2015)
Goosebumps (2015) คืนอัศจรรย์ขนหัวลุก ประสบความสำเร็จในการดึงเอาความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคนมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม ความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ:
-
การรวมดาวปีศาจ: แทนที่จะเล่าเรื่องปีศาจเพียงตัวเดียว หนังเลือกที่จะทำเป็น “Avengers ฉบับสัตว์ประหลาด” โดยขนเอาตัวละครดังๆ จากหนังสือหลายสิบเล่มมาปรากฏตัว ทำให้แฟนหนังสือรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นตัวละครโปรด
-
เคมีของนักแสดง: แจ็ค แบล็ค ถ่ายทอดบทบาท อาร์. แอล. สไตน์ ได้อย่างมีสีสัน ทั้งตลกและดูมีความลึกลับในเวลาเดียวกัน ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างแซคและฮันนาห์ก็ช่วยเติมเต็มด้านอารมณ์ให้กับหนัง
-
งานสร้างและ CG: งานเทคนิคพิเศษทำออกมาได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะการดีไซน์ตัวละครสแล็ปปี้ที่ดูน่าเกรงขามและน่าสยดสยองไปพร้อมๆ กัน
สรุปเนื้อหา: หากคุณกำลังมองหาหนังที่ให้บรรยากาศการผจญภัยที่ตื่นเต้น มีมุกตลกสอดแทรก และมีความสยองขวัญเบาๆ ที่ไม่น่ากลัวจนเกินไป Goosebumps (2015) คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มันไม่ได้เป็นแค่หนังที่สร้างจากหนังสือ แต่เป็นการสดุดีพลังของ “จินตนาการ” ที่ย้ำเตือนเราว่า เรื่องราวที่ถูกเขียนลงบนกระดาษอาจมีชีวิตโลดแล่นและเปลี่ยนแปลงโลกได้จริง หากเรามีความเชื่อมั่นในสิ่งนั้น
ดูหนังเรื่อง Goosebumps (2015) คืนอัศจรรย์ขนหัวลุก
