หากจะพูดถึงภาพยนตร์สายลับที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของหนังแนวสืบสวนสอบสวน คงไม่มีใครไม่นึกถึงแฟรนไชส์ Kingsman ผลงานการกำกับของ แมทธิว วอห์น (Matthew Vaughn) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ความมันส์ระดับพระกาฬไว้ในภาคแรก และในปี 2017 เขากลับมาอีกครั้งกับภาคต่อที่สเกลใหญ่ขึ้น บ้าบอมากขึ้น และเต็มไปด้วยสไตล์ที่จัดจ้านในชื่อ Kingsman: The Golden Circle หรือชื่อภาษาไทยว่า คิงส์แมน รวมพลังโคตรพยัคฆ์
ข้อมูลเบื้องต้นของภาพยนตร์
-
ชื่อเรื่อง: Kingsman: The Golden Circle (คิงส์แมน รวมพลังโคตรพยัคฆ์)
-
แนวหนัง: ภาพยนตร์สายลับแอ็คชั่นคอมมีดี้ (Spy Action-Comedy)
-
ผู้กำกับ: แมทธิว วอห์น
-
นักแสดงนำ: ทารอน อีเกอร์ตัน, จูเลียน มัวร์, โคลิน เฟิร์ธ, มาร์ก สตรอง, ฮัลลี เบอร์รี, เปโดร พาสคาล และ แชนนิง เททัม
จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย: เมื่อคิงส์แมนถูกกวาดล้าง
เรื่องราวใน Kingsman: The Golden Circle เริ่มต้นขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกไม่กี่ปี เอ็กซี่ (ทารอน อีเกอร์ตัน) ได้กลายเป็นสายลับคิงส์แมนเต็มตัวในรหัส “กาลาฮัด” (Galahad) แทนที่ผู้ล่วงลับอย่าง แฮร์รี่ ฮาร์ท (โคลิน เฟิร์ธ) เขามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ทั้งหน้าที่การงานและความรักกับเจ้าหญิงทิลด้าแห่งสวีเดน
แต่ความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อศัตรูเก่าอย่าง ชาร์ลี อดีตเด็กฝึกคิงส์แมนที่รอดชีวิตมาได้ กลับมาโจมตีเอ็กซี่พร้อมแขนกลสุดล้ำ การโจมตีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การล้างแค้นส่วนตัว แต่มันคือนำไปสู่การแฮ็กระบบฐานข้อมูลของคิงส์แมนทั้งหมด เพียงชั่วข้ามคืน สำนักงานใหญ่ ร้านตัดเสื้อ และบ้านพักของสายลับคิงส์แมนทั่วอังกฤษถูกถล่มด้วยขีปนาวุธจนราบเป็นหน้ากลอง เหลือรอดเพียงเอ็กซี่และ เมอร์ลิน (มาร์ก สตรอง) ฝ่ายสนับสนุนอัจฉริยะเท่านั้น
การร่วมมือข้ามทวีป: จากคิงส์แมนสู่สเตทส์แมน
เมื่อไม่มีที่ไปและไร้ทางสู้ ทั้งสองได้ทำตาม “พิธีสารวันสิ้นโลก” ซึ่งนำพาพวกเขาไปสู่เบาะแสในสหรัฐอเมริกา ณ โรงกลั่นเหล้าเบอร์เบินในรัฐเคนทักกี ที่นั่นพวกเขาได้พบกับองค์กรสายลับพี่น้องที่มีชื่อว่า “สเตทส์แมน” (Statesman)
หากคิงส์แมนคือสุภาพบุรุษในชุดสูทอังกฤษ สเตทส์แมนก็คือคาวบอยจอมระห่ำในชุดยีนส์และหมวกปีกกว้าง พวกเขาได้พบกับสายลับฝีมือดีอย่าง เตกิล่า (แชนนิง เททัม), วิสกี้ (เปโดร พาสคาล) และหัวหน้าองค์กรอย่าง แชมเปญ (เจฟฟ์ บริดเจส) นอกจากนี้เอ็กซี่ยังต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่า แฮร์รี่ ฮาร์ท ยังไม่ตาย! แต่เขากลับสูญเสียความทรงจำและคิดว่าตัวเองเป็นเพียงนักสะสมผีเสื้อธรรมดาๆ
ศัตรูใหม่ภายใต้รอยยิ้ม: ป็อปปี้ อดัมส์ และเดอะ โกลเดน เซอร์เคิล
ตัวร้ายหลักของภาคนี้คือ ป็อปปี้ อดัมส์ (จูเลียน มัวร์) เจ้าแม่ค้ายารายใหญ่ที่สุดของโลก ผู้ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึกที่ถูกสร้างเป็นเมืองสไตล์ยุค 50 ชื่อว่า “Poppy Land” เธอคืออัจฉริยะวิปลาสที่ต้องการทำให้ยาเสพติดเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เพื่อที่เธอจะได้เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก
แผนการของเธอคือการผสมยาพิษลงในยาเสพติดทุกชนิดที่เธอกระจายออกไปทั่วโลก ผู้ที่เสพจะเกิดอาการตัวเขียว มีเส้นเลือดขอด เต้นไม่หยุด และสุดท้ายคือความตายที่สยดสยอง เธอใช้ชีวิตของผู้คนนับล้านเป็นตัวประกันเพื่อบีบบังคับให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามยอมรับการค้ายาเสพติดอย่างเสรี
การผจญภัยและการกอบกู้โลก
เอ็กซี่ เมอร์ลิน และวิสกี้ ต้องร่วมมือกันออกตามหาฐานทัพลับของป็อปปี้เพื่อแย่งชิงยาถอนพิษ ในขณะเดียวกัน เอ็กซี่ก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อฟื้นความทรงจำของแฮร์รี่กลับมา เพราะเขาเชื่อว่ามีเพียงแฮร์รี่เท่านั้นที่จะช่วยให้ภารกิจนี้สำเร็จได้
การต่อสู้เต็มไปด้วยความระทึกใจ ตั้งแต่การลุยบนกระเช้าลอยฟ้าที่เทือกเขาแอลป์ ไปจนถึงการบุกตะลุยใน Poppy Land ที่มีทั้งหุ่นยนต์สุนัขกินคนและกับดักมากมาย ฉากแอ็คชั่นในภาคนี้ยังคงเอกลักษณ์ของแมทธิว วอห์น ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งมุมกล้องแบบ Long Take ที่ลื่นไหล การใช้ดนตรีประกอบที่เร้าอารมณ์ และมุกตลกหน้าตายที่แทรกเข้ามาได้อย่างลงตัว
วิเคราะห์ตัวละครและบทบาทการแสดง
-
เอ็กซี่ (ทารอน อีเกอร์ตัน): เราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครนี้อย่างชัดเจน จากเด็กแว้นในภาคแรกสู่สายลับมืออาชีพที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งและความรับผิดชอบต่อคนรัก
-
แฮร์รี่ ฮาร์ท (โคลิน เฟิร์ธ): การกลับมาของเขาไม่ใช่แค่การฟื้นคืนชีพธรรมดา แต่เป็นการกลับมาในสภาพที่เปราะบาง ซึ่งโคลิน เฟิร์ธ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
-
ป็อปปี้ (จูเลียน มัวร์): เธอเป็นตัวร้ายที่มีสีสันมาก ความโหดเหี้ยมที่ฉาบด้วยรอยยิ้มหวานๆ และความเนี๊ยบแบบแม่บ้านยุคเก่า ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุด
-
สายลับสเตทส์แมน: การเพิ่มตัวละครฝั่งอเมริกาเข้ามาช่วยขยายจักรวาล Kingsman ให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะเปโดร พาสคาล ในบท “วิสกี้” ที่โชว์ลีลาการใช้บ่วงบาศและแส้ได้อย่างเท่สุดๆ
บทสรุปและความประทับใจ
Kingsman: The Golden Circle ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังแอ็คชั่นภาคต่อที่เน้นแต่ระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่มันยังสำรวจมิตรภาพระหว่างศิษย์-อาจารย์ ความหมายของการเสียสละ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับศีลธรรมในโลกสีเทาๆ ของการปราบปรามยาเสพติด
ด้วยความยาวและการเล่าเรื่องที่กระชับ แม้จะมีตัวละครใหม่ๆ เข้ามามากมาย แต่ผู้กำกับแมทธิว วอห์น ก็สามารถเกลี่ยบทให้ทุกคนมีความสำคัญได้เป็นอย่างดี สำหรับแฟนหนัง ภาพยนตร์สายลับแอ็คชั่นคอมมีดี้ ภาคนี้ถือเป็นกำไรสำหรับคนดูที่ต้องการความสนุกแบบไม่ต้องพักหายใจ พร้อมด้วยโปรดักชั่นระดับเกรด A และการแสดงระดับแถวหน้าของฮอลลีวูด
“Manners Maketh Man” – สุภาพบุรุษไม่ได้วัดกันที่เสื้อผ้า แต่อยู่ที่การกระทำ นี่คือหัวใจสำคัญที่ Kingsman สื่อสารออกมาเสมอ และในภาคนี้พวกเขาก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ไม่ว่าจะสวมสูทหรือใส่ยีนส์ ความกล้าหาญและความเป็นสุภาพบุรุษก็ยังคงอยู่เสมอ
