Saw VI (2009) หรือในชื่อไทยว่า เกม ตัด-ต่อ-ตาย 6 เป็นภาพยนตร์แนว สยองขวัญ (Horror) และ ระทึกขวัญ (Thriller) ที่สานต่อมรดกอันดำมืดของฆาตกรต่อเนื่องนามว่า Jigsaw (จอห์น เครเมอร์) แม้ว่า Jigsaw จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ “เกม” ของเขากลับไม่เคยสิ้นสุดลง โดยมีผู้สืบทอดที่ยังคงปฏิบัติการตามเจตนารมณ์อันบิดเบี้ยว
เกมที่ยังดำเนินต่อไป
หลังจากที่นักสืบโฮฟแมน (Detective Mark Hoffman) ได้เผยตัวตนว่าเป็นผู้สืบทอดคนสำคัญของ Jigsaw และปิดฉากเกมสุดท้ายของสายลับสเตราห์ม (Agent Strahm) ไปอย่างเลือดเย็น โฮฟแมนก็พยายามที่จะควบคุมสถานการณ์และสานต่อเกมต่าง ๆ ที่ Jigsaw ได้วางแผนเอาไว้ เพื่อรักษาความลับของตนเองและเติมเต็มความปรารถนาของผู้เป็นอาจารย์
ในภาคนี้ ภารกิจหลักของโฮฟแมนคือการดำเนินการ “เกม” ที่มุ่งเป้าไปที่ วิลเลี่ยม อีสตัน (William Easton) เจ้าของบริษัทประกันสุขภาพที่ชื่อว่า Umbrella Health ซึ่งเป็นชายผู้มั่งคั่งที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและนโยบายที่ไร้มนุษยธรรมในการปฏิเสธการรักษาที่จำเป็นแก่ลูกค้า จนทำให้หลายคนต้องเผชิญกับความตายอย่างน่าอนาถ รวมถึงการปฏิเสธคำขอของ จอห์น เครเมอร์ เองในอดีต ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้วิลเลี่ยมกลายเป็นเป้าหมาย
บททดสอบของวิลเลี่ยม
วิลเลี่ยมถูกจับตัวมาเข้าร่วมชุดของเกมที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบว่าเขาจะสามารถ “เลือก” และ “เสียสละ” เพื่อช่วยชีวิตผู้อื่นได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเลือกชีวิตของเพื่อนร่วมงานที่เขามักจะใช้ประโยชน์จากพวกเขาเอง เกมแต่ละด่านได้สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ผิดศีลธรรมของเขาในฐานะผู้บริหารบริษัทประกัน การเอาชีวิตรอดของวิลเลี่ยมขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์มากกว่าผลกำไร
-
ตัวอย่างเนื้อหาที่คุณให้มา: ฮอฟฟ์แมนเดินตามเกมของจอห์นโดยการจับตัววิลเลี่ยม เจ้าของบริษัทประกันที่เอาเปรียบ และโกงผลประโยชน์ของลูกค้า ก่อนหน้านี้จอห์นวางแผนจับตัววิลเลี่ยมและบรรดาลูกน้องของเขามาร่วมเล่นเกม จนสุดท้ายวิลเลี่ยมสามารถผ่านด่านทั้งหมดมาด้วยสภาพสะบักสะบอม…
วิลเลี่ยมสามารถผ่านด่านที่โหดร้ายและต้องใช้การเสียสละมาได้ทุกด่าน แต่ความอยู่รอดของเขากลับถูกตัดสินในเกมสุดท้ายที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของโฮฟแมน บทสรุป ของวิลเลี่ยมคือการเผชิญหน้ากับครอบครัวที่เขาเคยทำร้าย ซึ่งเกมนี้เป็นการมอบอำนาจให้เหยื่อได้ตัดสินใจชี้เป็นชี้ตายผู้ที่เคยทำลายชีวิตพวกเขาด้วยนโยบายประกันอันเลือดเย็น
การเปิดโปงโฮฟแมน และพินัยกรรมของ Jigsaw
ในขณะที่โฮฟแมนกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการเกมของวิลเลี่ยมและพยายามปัดความรับผิดชอบทั้งหมดไปที่สายลับสเตราห์มเพื่อหลบหนีการจับกุมของ FBI เขาก็พบว่าตนเองกำลังถูกจับตามองโดย จิลล์ ทัค (Jill Tuck) ภรรยาเก่าของ Jigsaw ผู้ซึ่งได้รับกล่องปริศนาจาก Jigsaw เป็นพินัยกรรมสุดท้าย
-
…แต่ต้องมาตายเพราะฝีมือของครอบครัวที่วิลเลี่ยมเคยทำร้ายเขา ฮอฟฟ์แมนคิดว่างานของเขาสำเร็จ แต่เขาคิดผิด เพราะคนที่จอห์นต้องการให้บทเรียนนั่นก็คือฮอฟฟ์แมน โดยมีจิลล์ ภรรยาของจอห์นเป็นคนจัดการตามความต้องการของจอห์น
Jigsaw ผู้ซึ่งคาดการณ์การกระทำและธาตุแท้ของโฮฟแมนไว้ล่วงหน้า ได้เตรียมแผนป้องกันสุดท้ายไว้ นั่นคือการมอบอำนาจให้จิลล์นำอุปกรณ์ดักจับ (Reverse Bear Trap) ที่ได้รับการอัปเกรดมาใช้กับโฮฟแมนเอง การกระทำนี้เป็นการยืนยันว่าเป้าหมายสุดท้ายของ Jigsaw คือการทดสอบและลงโทษผู้สืบทอดที่ออกนอกลู่นอกทาง จิลล์จึงได้ปฏิบัติการตามความต้องการของจอห์นด้วยการล็อกโฮฟแมนไว้ในกับดัก โดยเป็นการส่งสารว่า กฎของ Jigsaw นั้นศักดิ์สิทธิ์และไม่มีใครอยู่เหนือกฎได้
รายชื่อนักแสดงหลัก
| นักแสดง (Actor/Actress) | บทบาท (Character) | หมายเหตุ |
| โทบิน เบลล์ (Tobin Bell) | จอห์น เครเมอร์ / จิ๊กซอว์ (John Kramer / Jigsaw) | ผู้บงการเกมทั้งหมด (ปรากฏตัวในรูปแบบย้อนอดีตและวิดีโอ) |
| คอสตาส แมนดิเลอร์ (Costas Mandylor) | นักสืบ มาร์ค โฮฟแมน (Detective Mark Hoffman) | ผู้สืบทอดเกมต่อจาก Jigsaw และเป็นตัวร้ายหลักของภาคนี้ |
| เบตซีย์ รัสเซลล์ (Betsy Russell) | จิลล์ ทัค (Jill Tuck) | ภรรยาเก่าของ Jigsaw และผู้รับมอบพินัยกรรมสำคัญ |
| มาร์ค โรลสตัน (Mark Rolston) | เจ้าหน้าที่ แดน เอริกสัน (Agent Dan Erickson) | เจ้าหน้าที่ FBI ที่ตามสืบคดี Jigsaw |
| ปีเตอร์ ออตบริดจ์ (Peter Outerbridge) | วิลเลี่ยม อีสตัน (William Easton) | เหยื่อผู้เป็นศูนย์กลางของเกมในภาคนี้ (เจ้าของบริษัทประกัน) |
| ฌอน แอชมอร์ (Shauna MacdDonald) | ทาร่า (Tara) | สมาชิกในครอบครัวของเหยื่อที่วิลเลี่ยมเคยทำร้าย |
| ซาแมนธา เลมโบล (Samantha Lemole) | พาเมลา เจนกินส์ (Pamela Jenkins) | ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทวิลเลี่ยม และเหยื่อในเกม |
บทสรุป
Saw VI (2009) เป็นการกลับมาที่เน้นการวิพากษ์วิจารณ์สังคมผ่านเกมตัดต่อตาย โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบประกันสุขภาพที่ผิดพลาดอย่างเจ็บแสบ ในขณะเดียวกันก็เป็นการปิดฉากความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่าง Jigsaw, จิลล์, และโฮฟแมนอย่างดุเดือด ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงรักษาความเป็นหนัง สยองขวัญ ที่มีชั้นเชิงในแง่ของพล็อตหักมุมและการเดินเรื่องที่ตื่นเต้นเอาไว้ได้อย่างเข้มข้น
