หากจะพูดถึงภาพยนตร์ที่ตีแผ่ขีดจำกัดของมนุษย์ทั้งในแง่ของร่างกายและจิตใจ ชื่อของ The Revenant (2015) เดอะ เรเวแนนท์ ต้องรอด จะต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ผลงานกำกับชิ้นเอกของ อเลฮานโดร กอนซาเลซ อิญญาริตู เรื่องนี้ไม่เพียงแต่เป็นหนังที่พาผู้ชมไปสัมผัสกับความหนาวเหน็บของเทือกเขาร็อกกี้ แต่ยังเป็นภาพยนตร์ที่ส่งให้ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ คว้าดารานำชายยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาครองได้สำเร็จ
ข้อมูลเบื้องต้นของภาพยนตร์
-
ชื่อเรื่อง: The Revenant (เดอะ เรเวแนนท์ ต้องรอด)
-
แนวหนัง: ผจญภัย / ดราม่า / ตื่นเต้น (Survival Thriller)
-
นักแสดงนำ: ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, ทอม ฮาร์ดี้, โดห์นอล กลีสัน, วิล พัลเตอร์
-
ผู้กำกับ: อเลฮานโดร กอนซาเลซ อิญญาริตู
-
ปีที่ฉาย: 2015
เรื่องย่อ: การเดินทางจากความตายเพื่อทวงแค้น
เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1820 ในพื้นที่รกร้างแถบแม่น้ำมิสซูรีและดินแดนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจของอเมริกาเหนือ ฮิวจ์ กลาส (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) พรานป่าผู้ช่ำชองและคนนำทางให้กับกลุ่มนักล่าขนสัตว์ของบริษัทขนสัตว์อเมริกัน ภายใต้การนำของ กัปตันแอนดรูว์ เฮนรี่ (โดห์นอล กลีสัน)
เหตุการณ์เริ่มต้นด้วยความหายนะ เมื่อกลุ่มนักล่าถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวโดยชาวอินเดียนแดงเผ่าอาริคารา ทำให้กลุ่มที่เหลือรอดต้องหลบหนีขึ้นฝั่งและเดินทางบกเพื่อกลับไปยังป้อมปราการ ในระหว่างการเดินทาง กลาสที่ออกไปสำรวจเส้นทางกลับถูก หมีกริซลี ตัวเขื่องเข้าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสปางตาย ร่างกายของเขาถูกฉีกทึ้ง กระดูกหัก และคอเหวอะหวะจนแทบจะพูดไม่ได้
กัปตันเฮนรี่พยายามจะพาเขากลับไปด้วย แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดารและการถูกไล่ล่าจากอินเดียนแดง ทำให้เขาต้องตัดสินใจจ้างคน 3 คนให้อยู่เฝ้ากลาสจนกว่าเขาจะเสียชีวิต เพื่อฝังศพให้สมเกียรติ คนเหล่านั้นคือ จอน แฟรงกิส (ทอม ฮาร์ดี้) ทหารรับจ้างผู้เห็นแก่ตัว, จิม บริดเจอร์ (วิล พัลเตอร์) เด็กหนุ่มผู้อ่อนต่อโลก และ ฮอว์ค ลูกชายสายเลือดผสมของกลาส
แต่ความโลภและความกลัวทำให้แฟรงกิสตัดสินใจทรยศ เขาพยายามจะฆ่ากลาสแต่ฮอว์คเข้ามาขัดขวาง แฟรงกิสจึงฆ่าฮอว์คต่อหน้าต่อตากลาสที่ขยับตัวไม่ได้ จากนั้นเขาก็หลอกล่อบริดเจอร์ให้ทิ้งกลาสไว้ในหลุมศพตื้นๆ ที่ยังไม่ตายสนิท แล้วหนีไปพร้อมกับปืนและเสบียง
“ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจ จงสู้ต่อไป” กลาสที่ถูกทิ้งให้ตายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำต้องใช้พลังใจมหาศาลในการตะเกียกตะกายออกจากหลุมศพ เขาต้องลากร่างกายที่พังยับเยินฝ่าพายุหิมะ กินเนื้อสัตว์ดิบๆ ประทังชีวิต และหลบหนีการตามล่า เพื่อเป้าหมายเดียวคือ การตามหาแฟรงกิสเพื่อล้างแค้นให้ลูกชาย
การวิเคราะห์ตัวละคร: ขั้วตรงข้ามของสัญชาตญาณการอยู่รอด
1. ฮิวจ์ กลาส (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ)
ตัวแทนของ “ความทรหด” กลาสไม่ได้รอดชีวิตเพราะเขามีอาวุธที่ดีที่สุด แต่เขารอดเพราะ “ความแค้น” และ “ความรัก” หนังแสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถทนทานต่อความเจ็บปวดได้มากเพียงใดหากมีเป้าหมายที่ชัดเจน การแสดงของลีโอนาร์โดแทบจะไม่มีบทพูด แต่ใช้สายตาและเสียงครางแห่งความเจ็บปวดสื่อสารกับคนดูได้อย่างทรงพลัง
2. จอน แฟรงกิส (ทอม ฮาร์ดี้)
แฟรงกิสไม่ใช่ตัวร้ายในอุดมคติที่เลวร้ายอย่างไร้เหตุผล แต่เขาคือตัวแทนของ “สัญชาตญาณดิบ” ที่มองว่าการเอาตัวรอดสำคัญกว่าศีลธรรม สำหรับเขาความตายของกลาสคือเรื่องธรรมชาติ และการรักษาชีวิตตัวเองคือความฉลาด ทอม ฮาร์ดี้ ถ่ายทอดบุคลิกที่น่ารังเกียจแต่ก็น่าเกรงขามออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
ความโดดเด่นทางงานสร้าง: ภาพสวยที่มาพร้อมความโหดร้าย
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ The Revenant กลายเป็นตำนานคือการกำกับภาพของ เอ็มมานูเอล ลูเบซกี้ ที่เลือกใช้ แสงธรรมชาติ 100% ในการถ่ายทำ ส่งผลให้ภาพที่ออกมามีความสมจริงและดูเย็นยะเยือกจนสัมผัสได้
-
ฉากลองเทค (Long Take): ในช่วงต้นเรื่องที่อินเดียนแดงบุกแคมป์ กล้องจะเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องพาเราเข้าไปอยู่กลางสมรภูมิ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลบลูกธนูไปพร้อมกับตัวละคร
-
ฉากสู้กับหมี: ถือเป็นฉากในตำนานที่ใช้ CG ผสมผสานกับการจัดวางท่าทางได้สมจริงจนน่าตกใจ ความรุนแรงของมันทำให้คนดูรู้ซึ้งถึงความเปราะบางของมนุษย์เมื่อเผชิญหน้ากับธรรมชาติ
บทสรุป: ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้น
The Revenant (2015) เดอะ เรเวแนนท์ ต้องรอด ไม่ใช่แค่หนังล้างแค้นทั่วไป แต่มันคือการเดินทางเข้าสู่จิตวิญญาณที่แตกสลาย กลาสต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับความสูญเสียและธรรมชาติที่ไร้ความปรานี ท้ายที่สุดแล้ว หนังตั้งคำถามกับเราว่า เมื่อเราล้างแค้นได้สำเร็จ สิ่งที่เหลืออยู่คือความว่างเปล่าหรือสันติสุขกันแน่?
ด้วยความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง หนังเรื่องนี้อาจจะดูเหนื่อยและบีบคั้นหัวใจ แต่มันคือประสบการณ์การชมภาพยนตร์ที่หาได้ยากยิ่ง เป็นงานศิลปะที่บันทึกความมานะอุตสาหะของมนุษย์ไว้อย่างงดงามและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน
